ตร.ภ.6 ขยายผลเงินออมบ้านบัว ล้ม ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม รวมแล้ว สูญเงินกว่า 20 ล้าน

39

ภายหลังจากกรณี “แชร์แม่มณี” กลายเป็นกระแสข่าวคึกโครม ล่าสุดได้มีกรณีเดียวกัน โดยอ้างว่าถูกโกงเงินแชร์ในรูปแบบ “เงินออม” มูลค่าวงเงินไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยเหยื่อในกรณีนี้ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่ยังมีรายได้ไม่มาก แต่ต้องการเงินปันผลสูง  จึงได้ตกลงร่วมออมเงินในวงแชร์ดังกล่าว ที่มีชื่อเรียกว่า “ออมเงินบ้านบัว”  และที่น่าตกใจก็คือ ท้าวแชร์ในวงการเงินออมครั้งนี้ ยังเป็นเยาวชนอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น โดยจะมี “น้องบัว” เด็กสาววัย 15 ปี ชาว จ.สกลนคร เป็นตัวแทนในการออมเงิน โดยจะได้เงินปันผลคืนร้อยละ 10 แต่จะมีโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจคือได้รับเงินปันผลคืนร้อยละ 15 ภายใน 3 วัน ทำให้กระตุ้นความสนใจอยากเป็นสมาชิก ล่าสุด “ออมเงินบ้านบัว” ได้ล่ม จนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินไปกว่า 20 ล้านบาท

ล่าสุด พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6 รับผิดชอบด้านอาชญากรรมเทคโนโลยี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายจริงๆแล้วก็มีตัวน้องบัวจริงๆ   เบื้องต้นทีมสืบสวนภาค 4 ได้ประสานงานกับตำรวจสืบสวนภาค 6 ในฐานะทีมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีผู้เสียหายในพื้นที่ภาค 6 ทำให้ได้เรียกตัวน้องบัว มาสอบปากคำและก็ยังให้การที่ยังก้ำกึ่ง อยู่ว่าพฤติการณ์เป็นยังไง ยังมีข้อมูลบางส่วนที่เรากำลังสืบสวนอยู่ ที่นี่ปัญหาหลักของทีมสืบสวนคือตอนนี้ปริมาณคนที่เป็นผู้เสียหายดูแล้วว่าทั่วประเทศ จำนวนกว่า 300-500 ราย  แล้ว ตัวผู้เสียหายทั้งหมดนั้นล้วนแล้วเป็นผู้เล่น Instagram  และ Facebook ตอนนี้ยอดความเสียหาย ประมาณเกือบ 20 ล้าน บางคนก็สะดวกที่จะมาแจ้งความดำเนินคดียอดสูงสุดที่เราเห็นก็คือโอนประมาณซัก 300,000 กว่าบาท ยอดต่ำสุดที่เห็นก็คือบางคน ประมาณ 1,700 บาท

สำหรับรูปแบบที่เราเห็นก็ถือว่า เขาจูงใจเสนอการ ออมเงิน แล้วจะได้เงินปันผลคืนร้อยละ 10 แต่จะมีโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจคือได้รับเงินปันผลคืนร้อยละ 15 ภายใน 3 วัน บางคนจ่าย1,000 บาท 3 วันจะได้ผลตอบแทน 1,100 บาท จ่าย 2,000 บาท 3 วันได้ 2,200 บาท จ่าย 3,000 บาท 3 วันได้ 3300 ถ้าแต่ถ้าออม 4000 บาท ก็จะได้ผลตอบแทน 4400 บาท เป็นต้น  แต่ถ้าหลักแสนจะมีค่าคอมมิชชั่นในรูปแบบฝึกการระดมทุนในแบบที่ผิดกฎหมายแบบหนึ่ง ตอนนี้ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 6 เดือน โดยท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6  ได้เน้นย้ำว่าถ้าเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและมีผู้เสียหายเกิดขึ้นในเขตตำรวจภูธรภาค 6 ให้ลงไปสืบสวนอย่างใกล้ชิด ตอนนี้เราพบว่ามีส่วนผู้เสียหายที่อยู่ในตำรวจภูธรภาค 6 ในประมาณ 9 รายแล้วเราก็ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเปิดคดีตอนนี้ก็อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายเพิ่มเติม

 

รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6 กล่าวอีกว่า ตอนนี้ตอนนี้เราเข้าไปในกลุ่มไลน์ของผู้เสียหายและได้ข้อมูลเยอะพอสมควร และพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นเด็กมัธยม ที่มีรายได้ร้อง แต่ต้องการออมเงินเพื่อหวังกำไร เหยื่อบางคนก็ไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้เงินคืน   ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเชิงลึก และกำลังสาวไปถึงตัวการใหญ่นอกเหนือจากตัวน้องบัว ซึ่งคาดว่าจะทราบเส้นทางการเงินต่อจากน้องบัวได้เร็วๆนี้

สำหรับพฤติกรรมของ ออมเงินบ้านน้องบัว นี้   “น้องบัว” มีคนที่ติดตามเยอะในโลกโซเซียล แล้วน้องบัว ก็เหมือนกับคนที่ขายของโลกออนไลน์ปกติ ทำจนติดตลาด มีคนติดตามเยอะ น้องบัว มีกลุ่มลูกค้าเยอะ สามารถหาลูกค้าต่อเนื่องเยอะๆไม่จำเป็นต้องอายุเยอะครับอายุ 15 ก็ทำได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงๆ   ขณะนี้ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 กำลังสืบขยายผล พยายามเรียกผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความได้เยอะๆ บางคนเสียหายนิดเดียวก็ไม่อยากมาแจ้งความ บางคนคิดว่าพันเดียวก็อยากจะได้คืนครึ่งเดียว 500 ก็ยังดี ต้องเตือนก่อนเลยว่าใครที่คิดว่าลงทุนแล้วได้ผลกำไรมากกว่าที่ฝากธนาคารทั้งโลกออนไลน์ ตนเชื่อว่าไม่มีอยู่จริงเพราะนั่นแหละถ้าคิดว่าตัวเองอยู่ในภาวะเสี่ยงมีคนชักชวนไปแบบนี้ให้คิดไว้ก่อนเลยครับว่าอย่าไปลงเด็ดขาดไม่มีอยู่จริง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการแจ้งความ เกี่ยวกับ การออมเงินบ้านบัว ก็สามารถติดต่อที่ตนได้ 081-8326555

 

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 6 ได้ขยายผลและทราบว่าตัวบ่งการใหญ่ที่ น้องบัว ส่งเงินต่อไปอีกทอดเป็นชาวจังหวัดภาคกลาง และกำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

///////////