หนุ่มควบเก๋งหลับในพุ่งชนเสาไฟก่อนพลิกคว่ำทับร่างติดคาซากรถ

326

 

หนุ่มควบกระบะหลับในพุ่งชนเสาไฟฟ้าขาดกระเด็นก่อนรถพลิกคว่ำทับร่างติดคาซากรถ บริเวณโค้งเนินมรณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยนำร่างโชกเลือด ออกจากซากรถส่งโรงพยาบาล ชาวบ้านเชื่อเป็นโค้งอันตรายเตรียมประสานขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดป้ายเตือนเพิ่ม

เมื่อเวลา 05.39 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2562 ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทร์มณี รองสว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าก่อนพลิกคว่ำจนคนขับได้รับบาดเจ็บติดคาอยู่ในรถไม่สามารถออกได้ ที่บริเวณ ถนนทางหลวงหมายเลข 12 ( สายพิษณุโลก – หล่มสัก ) หลักกิโลเมตรที่ 258 หน้าสำนักงานแขวงการทางพิษณุโลกที่ 2  ม.1 บ.วังดินสอ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ พร้อมชุดอุปกรณ์ตัดถ่างรุดไปยังจุดเกิดเหตุ พบรถปิกอัพยี่ห้อ อีซุซุ ดีแม็คซ์ สีบรอน หมายเลขทะเบียน กข 5396 ชัยนาท เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้ารายทาง ก่อนพลิกคว่ำตกลงข้างทาง จนรถหงายท้องล้อชี้ฟ้าสภาพพังเสียหาย และตรวจสอบภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ภายในตัวรถ แต่ไม่สามารถออกมาจากตัวรถได้เพราะถูกกดทับอยู่ภายในรถ และได้รับบาดเจ็บต้นขาขวาหักผิดรูป และมีบาดแผลหลายแห่งที่ใบหน้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าดำเนินการช่วยเหลือ นำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ พร้อมเร่งนำตัวส่งยังโรงพยาบาลวังทอง ทราบชื่อผู้บาดเจ็บต่อมาคือนายพลกฤษณ์ รักสุข อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 27 ม.12 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพลกฤษณ์ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะดังกล่าว ได้เดินทางจากจังหวัดพิษณุโลก โดยขับรถมุ่งหน้าไปทำธุระที่บริเวณ บ้านรักไทย อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ขณะขับขี่มาถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียหลัก ไม่สามารถควบคุมรถได้จึงพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้ารายทางพังเสียหาย 1 ต้น ก่อนรถจะพลิกคว่ำตกลงข้างจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่านายพลกฤษณ์ น่าจะขับขี่รถมาด้วยความเร็วสูง และอาจเกิดอาการวูบหลับใน บวกกับบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งเล็กน้อยและลงเนิน จึงทำให้รถวิ่งลงมาด้วยความเร็ว เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณจุดนี้มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ จนทางเจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายจำลองเป็นรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงยืนถือกล้องจับความเร็วมาติดตั้ง เพื่อเป็นการเตือนป้องปรามผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วผ่านในจุดนี้ โดยล่าสุดก็เพิ่งเกิดอุบัติเหตุเมื่อไม่นานนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย ในจุดนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายแขวงการทางนำป้ายมาติดตั้งเตือนเพิ่มต่อไป.