คุณพ่อนักดนตรีป่วยโปลิโอและโรคไตสู้ชีวิตตระเวนร้องเพลงสร้างครอบครัว

476

 

 

คุณพ่อนักดนตรีสู้ชีวิต ตระเวนเล่นดนตรีตามร้านอาหาร เพื่อหาเงินสร้างครอบครัว และรักษาตนเองที่พิการเป็นโปลิโอขา 2 ข้าง และป่วยเป็นโรคไต ต้องล้างไต ตนเอง เป็นประจำ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ แต่ก็ไม่ย่อท้อ มีแรงใจจากครอบครัว ในการสู้ชีวิต เป็นอีกตัวอย่างให้แก่ผู้ที่ไม่ย่อท้อ  อยากมีงานเล่นดนตรีร้านอาหารประจำ และถ้ามีโอกาสก็เปิดสอนดนตรีให้แก่เด็กๆ ก็พอ

วันนี้( 25 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักดนตรีหนุ่มที่สู้ชีวิตในการเดินสายเล่นดนตรีตามร้านอาหาร เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ถึงแม้ว่าตนเองจะป่วยเป็นโรคไต ต้องล้างไตเป็นประจำ ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็มีครอบครัวเป็นกำลังใจในการสู้ชีวิต คุณพ่อรายนี้คือนายวรภัทร โพธิ์คง อายุ  27 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่  8 ต.บ้านไร่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก มีอาชีพเป็นนักดนตรีร้องเพลงตามร้านอาหาร เพื่อหารายได้ในการเลี้ยงครอบครัว ขณะที่ตนเองป่วยเป็นโรคไต ต้องล้างไตทุกวัน แต่ด้วยความขยันขันแข็ง เล่นดนตรีในการสร้างครอบครัว

 

นายวรภัทร กล่าวว่า ตนเองชอบเล่นดนตรี มาตั้งแต่อายุ 15 ปี  หลังจากได้มีครอบครัว ก็ได้แยกออกมาอยู่ข้างนอก โดยมีอาชีพเล่นดนตรีตามร้านอาหารทั่วไป  มีรายได้วันละ 200-300 บาท  ภรรยามีอาชีพพนักงานบริษัท มีบุตรชาย 1 คน และกำภรรยาตั้งครรภ์อีก 1 คน แต่ด้วยตนเองเป็นโปลิโอ ขาทั้ง 2 ข้างเดินไม่ถนัด ประกอบกับระบบปัสสาวะตนเองไม่ดีมาแต่เกิด ทำให้กลายเป็นโรคไตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องฟอกไตตลอด แต่ระยะหลังไม่มีเงิน จึงไม่ได้ฟอก แต่เปลี่ยนการล้างไตแทน ด้วยการรักษาในระบบ 30 บาท ทางโรงพยาบาลก็จะส่งน้ำล้างไตมาที่บ้านไว้ล้างเองทุกเดือน  ซึ่งจะต้องล้างทุกวัน วันละ 4 ครั้ง ในช่วงกลางวันตนเองก็จะเลี้ยงลูกอยู่บ้าน แต่หลังภรรยาเลิกงานช่วงค่ำตนเองก็จะตระเวนร้องเพลงตามร้านอาหารในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก แต่ช่วงนี้งานร้องเพลงไม่ค่อยดีนัก โดเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมา ร้านอาหารที่จะไปร้อง 3-4 แห่ง ไม่ได้จ้าง เนื่องจากลูกค้าไม่มีในร้าน ส่งผลให้ไม่มีรายได้เลย

นายวรภัทร กล่าวว่า ในระยะหลัง ตนเองรู้สึกร่างกายค่อนข้างแย่ เนื่องจากเดินมากก็ไม่ได้ ทำให้เล่นดนตรีไม่ได้มากนัก ต้องพักบ้าง ส่งผลให้รายได้ไม่คงตัว   ปัจจุบันตนเองอยู่บ้านเช่าเลขที่ 765/72 ชุมชนบรมไตรโลกนาถ 21 เขตเทศบาลนครพิษณุโลก ต้องจ่ายรายเดือนละ 2,300 บาท รวมค่าน้ำค่าไฟ ก็ประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน  ซึ่งหากรายได้ไม่พอก็ช่วยกันเก็บเล็กผสมน้อยกับภรรยากันไป ทุกวันนี้ตนเองมีภรรยาและลูก เป็นกำลังใจในการสู้ชีวิตเล่นดนตรีหาเงินสร้างครอบครัวกันไป  ซึ่งตนเองไม่ได้คิดว่าตนเองลำบากมากนัก เพราะว่าตนเองเห็นคนที่ลำบากมากกว่าตนเองอีกมากมาย แต่อยากให้คนอื่นที่ลำบากเช่นนั้น คิดให้กำลังใจตนเองในการสู้ชีวิต โดยแรงบันดาลใจจากครอบครัวได้ ซึ่งตนเองอยากจะของานที่ให้ตนเองได้เล่นดนตรีประจำ และถ้ามีโอกาสก็เปิดสอนดนตรีให้แก่เด็กๆ ก็พอ

สำหรับผู้ที่ต้องการให้กำลังใจหรือช่วยเหลือครอบครัวคุณพ่อนักดนตรีสู้ชีวิตผู้นี้ก็สามารถสอบได้ที่ 093-5879203 หรือ หรือสามารถช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัสท่าทอง พิษณุโลก เลขที่บัญชี  030-1-63955-4 ชื่อบัญชี น.ส.สรญา เศษเหลือ ซึ่งเป็นบัญชีภรรยาของนายวรภัทร ได้เช่นกัน