เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1 คว้าแชมป์สนามพิษณุโลก

35

 

เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1 คว้าถ้วยพระราชทาน ร.10 ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ของจังหวัดพิษณุโลก ประจำปี  2562

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562  ทางจังหวัดพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เทศบาลนครพิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร  มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก สภาวัฒนธรรมเทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก และชมรมเรือยาวจังหวัดพิษณุโลกได้ร่วมกันจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ของจังหวัดพิษณุโลก ประจำปี  2562  ขึ้นในระหว่าง วันที่ 21-22 กันยายน 2562 ณ  ลำน้ำน่าน บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟู สืบทอด และรักษาประเพณีอันดีงามของไทยเราไว้ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลกและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งการแข่งขันฯได้เสร็จสิ้นลงผลการแข่งขันผลการแข่งขัน เรือยาวใหญ่ประเภท ก.  (ฝีพายตั้งแต่ 41 – 55 คน)  ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผลปรากฏว่าปีนี้  เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1  จ.พิจิตร สามารถคว้าถ้วยรางวัลไปครองโดยชนะคู่แข่งคือ  เรือเทพสุริยะกระทิงแดง  จ.สุรินทร์

ซึ่งสรุปผลการแข่งขัน

  1. เรือยาวใหญ่ประเภท ก. (ฝีพายตั้งแต่ 41 – 55 คน)  

ชนะเลิศ  ได้แก่   เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1  จ.พิจิตร

–  รางวัลถ้วยพระราชทาน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

–  รางวัลเงินสด  50,000  บาท และพระพุทธชินราชบูชk

รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่  เรือเทพสุริยะกระทิงแดง  จ.สุรินทร์

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศ  ของ แม่ทัพภาคที่  3  (พลโทฉลองชัย  ชัยยะคำ)

–  รางวัลเงินสด   40,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2   ได้แก่  เรือเจ้าแม่ประดู่ทอง  จ.ชลบุรี

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศ  ของ รองแม่ทัพภาคที่  3 (พลตรี จิรเดช  กลมเพ็ชร)

–  รางวัลเงินสด   30,000  บาท

รางวัลชมเชย   ได้แก่  เรือเทพหงส์ทอง  จ.นครปฐม

–  รางวัลเงินสด  20,000  บาท

  1. เรือยาวใหญ่พื้นบ้าน (ฝีพายตั้งแต่ 41 – 55 คน)

ชนะเลิศ   ได้แก่       เรืออัครมงคลนาวา  จ.สมุทรปราการ

– รางวัลถ้วยพระราชทานพระราชทาน  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

–  รางวัลเงินสด  18,000  บาท และพระพุทธชินราชบูชา

รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่ เรือพรวิภัชทับทิมสยาม มาม่า  จ.พิจิตร

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศ ของ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก (ดร.เปรมฤดี  ชามพูนท)

-รางวัลเงินสด  15,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่   เรือพรพระยาตาก  จ.ชัยนาท

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศของ ผู้บังคับการกองบิน 46 (นาวาอากาศเอกกฤษณ์  เกตุรักษ์)

–  รางวัลเงินสด  10,000  บาท

รางวัลชมเชย  ได้แก่  เรือกระทิงแดงเพชรนาวา  จ.พิษณุโลก

–  รางวัลเงินสด  8,000  บาท

  1. เรือยาวกลาง ประเภท ก.  (ฝีพายตั้งแต่ 31 คน ไม่เกิน 40 คน)

ชนะเลิศ  ได้แก่ เรือพันแสง   จ.พิจิตร

–  รางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ   สยามบรมราชกุมารี

–   รางวัลเงินสด  20,000  บาท และพระพุทธชินราชบูชา

รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่   เรือไกรทองกระทิงแดง  จ.พิจิตร

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศ ของ รองแม่ทัพภาคที่ 3 (พลตรี บัญชา  ดุริยพันธ์)

–   รางวัลเงินสด  15,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2   ได้แก่  เรือสิงห์ประทุม    จ.ปทุมธานี

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศของ รองแม่ทัพภาคที่ 3 (พลตรี ณัฐวุฒิ  ชุณหะนันทน์)

–  รางวัลเงินสด  10,000 บาท

ชมเชย     ได้แก่  เรือชาละวันสิงห์ลีโอ ๒  จ.พิจิตร

-รางวัลเงินสด 7,000  บาท

4.เรือยาวเล็ก ประเภท  ก.  (ฝีพายไม่เกิน  30  คน) 

ชนะเลิศ     ได้แก่   เรือแม่โขงเอกนาวา จ.นครปฐม

– รางวัลถ้วยพระราชทานพระราชทาน  สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี  กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

– รางวัลเงินสด 15,000  บาท และพระพุทธชินราชบูชา

รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่  เรือกระทิงแดงเพชรนาวา จ.เพชรบุรี

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศของ  แม่ทัพน้อยที่ 3 (พลโท สุภโชค  ธวัชพีระชัย)                             –  รางวัลเงินสด  10,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2   ได้แก่ เรืออินทรีทอง จ.นครสวรรค์

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศของ  ประธานสภาเทศบาลนครพิษณุโลก                                          (นายพิสิฐ  อาภัสระวิโรจน์)

–   รางวัลเงินสด  8,000  บาท

รางวัลชมเชย   ได้แก่   เรือสิงห์ลำนัง สปอนเซอร์ จ.พิจิตร

–   รางวัลเงินสด   6,000  บาท

  1. เรือยาวเล็ก ประเภท ก 2 (ฝีพายไม่เกิน 30  คน)  

ชนะเลิศ   ได้แก่  เรือพรเมธี   จ.พิจิตร

– รางวัลถ้วยเกียรติยศของ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  (นายพิพัฒน์  เอกภาพันธ์)

–  รางวัลเงินสด    ๘,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่   เรือชาละวัลสิงห์ลีโอ 3  จ.พิจิตร

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศของ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  (นายบุญทรง  แทนธานี)

–  รางวัลเงินสด    ๖,000   บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่   เรือเทพบุตรขวัญแก้ว เขยร้อยเอ็ด จ.พิษณุโลก

– รางวัลถ้วยเกียรติยศของ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่  3  (พลตรี สุปัญญา  วิไลรัตน์)

–  รางวัลเงินสด    ๔,000   บาท

รางวัลชมเชย  ได้แก่   เรือ  เรือเพชรดารา  จ.นครสวรรค์

– รางวัลเงินสด   ๓,000     บาท

  1. เรือจิ๋ว ( 12 ฝีพาย)     

ชนะเลิศ   ได้แก่           เรือพลอยสุวรรณรัตน์

–  รางวัลถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

–  รางวัลเงินสด  8,000  บาทและพระพุทธชินราชบูชา

รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่  เรือเพชรฤทัย

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศ  ของ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม   (ดร.อุษณีย์  เส็งพานิช)

–  รางวัลเงินสด  6,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2    ได้แก่  เรือเทพ 12 ราศี

– รางวัลถ้วยเกียรติ  ของ รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก (นายสมเกียรติ  แสงสุวรรณ)

–   รางวัลเงินสด  4,000  บาท

รางวัลชมเชย    ได้แก่  เรือเทพมเหศักดิ์ ๘๘

– รางวัลเงินสด  3,000  บาท

  1. เรือท้องถิ่น 3  ฝีพาย 

ชนะเลิศ      ได้แก่  เรือวัตถุระเบิดนาวา อบต.ไผ่ล้อม

–  รางวัลถ้วยเกียรติยศ ของ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก  (นายสบธนา  อั๋นประเสริฐ)

–  รางวัลเงินสด  5,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่   เรือพรเจ๊เก๋ อบต.ไผ่ล้อม

– รางวัลถ้วยเกียรติยศของ รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก (นายสุธี ฮั่นตระกูล)

–  รางวัลเงินสด  ๔,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ เรือสุภาพรราชมงคล อบต.บางกระทุ่ม

–  ถ้วยเกียรติยศของ รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก     (นางสาวณัฐทรัชต์  ชามพูนท)

–  รางวัลเงินสด ๓,000  บาท

รางวัลชมเชย  ได้แก่  เรือสิรินาวา อบต.บ้านไร่

–  รางวัลเงินสด  ๒,000 บาท

  1. เรือสิงห์สองแคว 7  ฝีพาย      ประเภทเชื่อมความสามัคคีของท้องถิ่น

ชนะเลิศ  ได้แก่  เรือทต.ห้วยแก้ว

–  รางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

–  รางวัลเงินสด  7,000  บาท และพระพุทธชินราชบูชา

รองชนะเลิศอันดับ 1    ได้แก่  เรือสิรินาวา อบต.บ้านไร่

–   รางวัลถ้วยเกียรติยศ ของ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (พลตรี ทวีศักดิ์  วงศ์ทวีทรัพย์)

–  รางวัลเงินสด   5,000   บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่  เรืออบต.ไผ่ล้อม 2

–  ถ้วยเกียรติยศ ของ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่  31 (พันตำรวจเอก วิศาลพงศ์  สร้อยกุลบดี)

–  รางวัลเงินสด  3,000  บาท

รางวัลชมเชย    ได้แก่ เรือพรพระนเรศวร ม.นเรศวร

–  รางวัลเงินสด 2,000  บาท

  1. เรือยาวเล็ก ข ภายในจังหวัดพิษณุโลก (ฝีพายไม่เกิน 30 คน)

ชนะเลิศ    ได้แก่  เรือพรหลวงพ่อดำ

–   รางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

–   รางวัลเงินสด  10,000  บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่  เรือดาวลอยขวัญแก้ว

–    รางวัลเงินสด  8,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่   เรือพรแพรวา

–    รางวัลเงินสด   6,000  บาท

รางวัลชมเชย   ได้แก่  เรือเทพทวิชากร

-รางวัลเงินสด  5,000  บาท

ซึ่งหลังการแข่งขันได้มีพิธีรับถ้วยพระราชทาน และมอบรางวัลให้กับผู้ชนะในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ของจังหวัดพิษณุโลก  ในประเภทต่างๆ จากนั้นนายบุญทรง  แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ได้ทำพิธีปิดการแข่งขัน