สลด นร.ตอ.ภาคเหนือจมน้ำในสระว่ายน้ำสนามกีฬากลางผู้ปกครองขอเตือนใจ

31

หลังจากเกิดเหตุนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่  4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ จ.พิษณุโลก จมน้ำเสียชีวิตภายในสระน้ำกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากต้องไปถ่ายคลิปว่ายน้ำกับเพื่อนอีก  3-4 คน ส่งอาจารย์ ปรากฏว่าถ่ายคลิปเสร็จ นร.ขอเล่นน้ำต่อ แล้วจมน้ำไปโดยไม่มีใครเห็น ทางผู้ปกครองขอให้เป็นการเตือนสติผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานเวลาเล่นน้ำอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทางโรงเรียนแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น พร้อมแจงการถ่ายคลิปว่ายน้ำนั้นปกติจะให้ถ่ายที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนแต่เนื่องจากสระโรงเรียนไม่สะอาด เนื่องจากฝนตก ประกอบกับให้นักเรียนสามารถไปถ่ายคลิปด้านนอกได้ เนื่องจากต้องคนดูแลสระน้ำอยู่แล้ว จึงไม่น่าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

            เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2562 ที่อาคารเก็บศพโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ผู้ปกครองของ นายณัฐกิตติ์ สูงตรง หรือน้องเจปลื้ม อายุ 16 ปี ที่จมน้ำเสียชีวิตที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลกขณะที่ไปฝึกว่ายน้ำกับเพื่อนๆ แล้วหายไปนานกว่า 30 นาที จนกระทั่งมีนักว่ายน้ำมาพบกลายเป็นศพจมอยู่ก้นสระได้มารับศพท่ามกลางความเศร้าเสียใจ         ซึ่งบรรยากาศวันนี้เป็นไปด้วยความโศกเศร้า นายอัฑฒกิจ สูงตรง อายุ 52 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 245/66 ถ.บรมไตรโลกนารถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก  คุณพ่อของน้องเจปลื้ม พร้อมด้วย นางสาวสมปอง หล่อนิมิตดี อายุ 52 ปี ผู้เป็นแม่ และญาติๆ ที่มารอรับร่างด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            โดยนายอัฑฒกิจฯ พ่อน้องเจปลื้ม ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า น้องเจปลื้มเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายได้รับโทรศัพท์จากลูก โทรมาแจ้งว่าน้องจะไปฝึกว่ายน้ำกับเพื่อนๆ 3-4 คน ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก เพราะเมื่อวานนี้สระว่ายน้ำของทางโรงเรียนปิดทำความสะอาด 1 สัปดาห์ หลังจากวางสายตัวพ่อเองก็ยังรู้สึกเป็นห่วงเพราะน้องเจปลื้มนั้นเพิ่งเรียนว่ายน้ำได้เพียง 1-2 สัปดาห์และยังว่ายไม่เป็น ก็รีบขับรถจักรยานยนต์กลับมาที่บ้านหวังให้ทันลูก เพราะติดต่อลูกไม่ได้ แต่รถก็ดันมาเสียกว่าจะมาถึงบ้านก็พบว่าน้องออกจากบ้านไปแล้ว จนกระทั่งช่วงเย็นรถซ่อมเสร็จแล้ว และน้องก็ยังไม่กลับบ้าน จึงตัดสินใจขับรถตามไปดูที่สระว่ายน้ำ ซึ่งสวนกับรถกู้ภัยตรงประตู รู้สึกใจหาย ภาวนาขอให้ไม่ใช่ลูกของตน จากนั้นพอมาถึงสระว่ายน้ำก็เจอรถจักรยานของน้องจอดอยู่พร้อมด้วยเสื้อผ้า ก็รีบโทรหาน้อง แต่เพื่อนน้องเป็นคนรับสายแล้วเล่าว่าน้องจมน้ำกำลังไปโรงพยาบาล ตนก็รีบตามไปสุดท้ายคุณหมอแจ้งว่า ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไว้ได้ เพราะน้องจมน้ำนานกว่า 45 นาที

            นายอัฑฒกิจฯ เล่าต่อว่า จากนั้นได้ถามเพื่อนของน้องว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ทราบว่า ช่วงระหว่างที่ฝึกว่ายน้ำกันอยู่นั้น น้องเจปลื้มได้บอกเพื่อว่าจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนๆ ก็ไม่ได้สงสัยอะไร จนกระทั่งผ่านไป 30 นาทีน้องเจปลื้มก็ยังไม่กลับมาเพื่อนจึงไปตามที่ห้องน้ำก็ไม่พบ ก็พยายามตามหาที่รอบสระว่ายน้ำก็ไม่พบเพราะเมื่อวานนี้มีคนมาว่ายน้ำกันประมาณ 60-70 คน จนกระทั่งมีนักว่ายน้ำคนนึงตะโกนว่ามีเด็กจมอยู่ก้นสระแล้วรีบดำไปนำร่างขึ้นมาก็พบว่าคือน้องเจปลื้ม และนักว่ายน้ำคนนั้นก็รีบทำการ CPR และแจ้งกู้ภัยให้นำตัวน้องส่งโรงพยาบาลแต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะเสียชีวิตไปแล้ว

            พ่อน้องเจปลื้ม เผยต่อว่า อยากฝากเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจผู้ปกครอง  ถ้าเด็กว่ายน้ำไม่เป็นขอให้ช่วยกันดูแลให้อย่างดี ขอให้มีผู้ใหญ่คอยดูแล หรือ เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันช่วยดูแลหน่อย การที่ไปประสบเหตุที่สระว่ายน้ำสนามกีฬากลาง ก็นอกเวลาเรียน ตนไม่ติดใจโรงเรียนเพราะนอกเวลาเรียนแล้ว และบังเอิญว่าสระที่โรงเรียนปิด จึงมาที่สระน้ำสนามกีฬากลาง แต่การที่สูญเสียลูกชายไปตนไม่ทันตั้งตัว เราอยู่กัน 3 คนพ่อแม่ลูก เราทำใจไม่ทัน ทั้งนี้ พ่อและแม่น้องเจปลื้ม จะนำร่างน้องไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสระแก้วปทุมทอง และจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. ของวันนี้ กำหนดตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 วัน

            ด้าน นายวิโรจน์  รอดสงฆ์ ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนไปจมน้ำเสียชีวิตในสระว่ายน้ำสนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลกนั้น ขณะนี้ตนเอง ทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเมื่อค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมกับได้เดินทางไปดูศพของนักเรียนที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพุทธชินราชเพื่อให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นจากการสอบถามเพื่อนนักเรียนที่ไปว่ายน้ำด้วยกัน ทราบว่าเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตได้ไปถ่ายคลิปท่าว่ายน้ำต่างๆ เพื่อส่งอาจารย์ในวิชาพลศึกษา โดยเดินทางไปกับเพื่อนจำนวนหนึ่งแต่ขณะเกิดเหตุเพื่อนบอกว่าถ่ายคลิปเสร็จแล้วให้กลับบ้าน แต่นักเรียนที่เสียชีวิตได้ขอว่ายน้ำต่ออีกสักพัก และบอกเพื่อนว่าจะไปเข้าห้องน้ำซึ่งเพื่อนก็ไม่ได้เอะใจอะไร หลังจากรอนานแล้วไม่เห็นเพื่อนจึงได้มีการโทรศัพท์ตามหากันก็ไม่ใครรับโทรศัพท์ กระทั่งมีคนที่ไปเล่นน้ำบังเอิญไปพบร่างของเด็กนักเรียนจมอยู่ก้นสระในสภาพแน่นิ่งหมดสติไป จึงรีบเข้าไปช่วยเหลืออุ้มขึ้นมาด้านบนฝั่งเพื่อทำการปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจในเบื้องต้นเป็นเวลานานกว่า 40 นาที แต่ก็ไม่เป็นผลจึงรีบส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราชสุดท้ายได้เสียชีวิตในที่สุด

            ขณะที่ นายวิโรจน์  รอดสงฆ์ ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ จ.พิษณุโลก กล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วทางโรงเรียนจะให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 เรียนวิชาว่ายน้ำที่โรงเรียนเพื่อเป็นการฝึกฝนให้ว่ายน้ำเป็น เนื่องจากที่โรงเรียนก็มีสระว่ายน้ำเป็นของตนเองและมีไลฟ์การ์ดร่วมถึงครูผู้สอนดูแลอยู่ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด มีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ไว้เสมอ แต่ในระยะนี้มีฝนตกหนักจึงทำให้สระว่ายน้ำขุ่นมาก ทางโรงเรียนจึงได้ปิดสระว่ายน้ำเพื่อทำความสะอาดเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ส่วนประเด็นการถ่ายคลิปท่าว่ายน้ำเพื่อส่งอาจารย์รายวิชาพลศึกษานั้น ตนเองสอบถามแล้วทราบว่าทางอาจารย์ผู้สอนได้สั่งงานมอบหมายให้นักเรียนทำคลิปส่งมานานแล้ว และมีกำหนดส่งคลิปวันสุดท้ายในวันนี้เอง ที่ผ่านมาก็มีนักเรียนจำนวนมากทยอยส่งคลิปหลายคนแล้ว ซึ่งคาดว่านักเรียนที่เสียชีวิตอาจจะถ่ายคลิปไม่ทันและประกอบกับสระว่ายน้ำปิดทำความสะอาดด้วย จึงทำให้นักเรียนต้องไปใช้สระว่ายน้ำภายนอกของโรงเรียน เพราะส่วนใหญ่ไม่ว่าสระว่ายน้ำที่ใดก็จะมีไลฟ์การ์ดดูแลความปลอดภัยเช่นกัน ในส่วนนี้ทางโรงเรียนก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องมาสูญเสียนักเรียนไป ทางโรงเรียนจึงได้ประชุมคณะครูและหัวหน้านักเรียนและร่วมกันในการหามาตรการป้องกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ไปเกิดภายนอกสถานศึกษาซึ่งเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยาก นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการในเรื่องของการจ่ายสินไหมค่าทดแทนของประกันชีวิต ที่เด็กได้ทำไว้กับโรงเรียนเป็นเงินจำนวน 1 แสนบาท และทางโรงเรียนจะหารือร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรมพร้อมนำพวงหรีดแสดงความอาลัยกับครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

            ด้าน นายพัฒนพงษ์  ผิวนวล เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 18.40 น. ของวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิทยุได้รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำภายในสระน้ำสนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดความยาว 25 เมตร ลึกประมาณ 2-3 เมตร โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์ได้นำร่างของเด็กนักเรียนขึ้นมาทำการปั้มหัวใจก่อนแล้ว มาทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลที่พาบุตรหลานมาว่ายน้ำเช่นกัน ขณะนั้นชีพจรไม่มีแล้วถึงแม้จะทำการปั้มหัวใจเป็นเวลานานกว่า 40 นาที จึงรีบให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพุทธชินราชเร่งนำส่งไปรักษาที่ห้องฉุกเฉินสุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ซึ่งคาดว่าระหว่างที่มาเล่นน้ำอาจจะเป็นตะคริวจนไม่สามารถว่ายน้ำช่วยเหลือตนเองได้ และไม่มีใครสังเกตเห็นตอนที่จมน้ำจึงจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด.