หนุ่มวัย 34 ปีเครียดรมควันฆ่าตัวตายในรถยนต์

44

 

สุดสลดหนุ่มเมืองสองแควรมควันฆ่าตัวตายในรถเก๋ง มือกำเสื้อลูกชายไว้แน่นคาดมีปัญหาส่วนตัวเรื่องครอบครัว

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 ก.ย.2562  พ.ต.ต. (หญิง) กัลยาณี  ท่าโพธิ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเกิดเหตุสลดมีคนฆ่าตัวเองตายภายในรถยนต์เก๋ง บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 41/14 ถนนวิสุทธิกษัตริย์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนมีชาวบ้านยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์-เงิน หมายเลขทะเบียน กว 8527 พิษณุโลก จอดติดเครื่องยนต์และเปิดแอร์เอาไว้อยู่ พบผู้เสียชีวิตนั่งอยู่ในที่นั่งฝั่งคนขับลักษณะปรับเบาะเอนนอนไปด้านหลัง บริเวณเบาะที่นั่งผู้โดยสารฝั่งซ้ายพบเตาอั้งโล่ตั้งอยู่ แต่ถ่านได้มอดดับเหลือเป็นขี้เถ้าเท่านั้น ซึ่งรถถูกดปิดล็อคสนิทจากด้านใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องใช้ขวานทุบกระจกเพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่จากการตรวจสอบทราบว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายฉัตรชัย  กาญจนกิจไพศาล อายุ 34 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านดังกล่าว สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น ตามเนื้อตัวไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยของการถูกทำร้าย ตามเนื้อตัวเริ่มซีดแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบยานอนหลับจำนวนมากบรรจุอยู่ในซองพลาสติก และมีขวดน้ำดื่มที่ถูกเปิดไปแล้วจำนวน 4 ขวด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่กลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูศพถึงกับพากันร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายฉัตรชัย  กาญจนกิจไพศาล ผู้เสียชีวิต มีอาชีพขายน้ำปั่นอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และมีปัญหาความเครียดส่วนตัวเรื่องที่เลิกกับแฟน  ซึ่งขณะที่พบศพของผู้เสียชีวิตนั้นยังได้กำเสื้อสีเหลืองของเด็ก เอาไว้ในมือข้างซ้ายอย่างแน่นเป็นภาพที่สลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก คาดว่าขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้านของตัวเอง แล้วกินยานอนหลับก่อนจะจุดถ่านในเตาอั้งโล่ลมควันตนเองจนขาดใจตายในที่สุด ส่วนสาเหตุประเด็นอื่นๆ ต้องรอสอบปากคำญาติเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนมอบให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

นายปริญญาขันทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลกเปิดเผยว่าหลังรับแจ้งเหตุได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพบรถยนต์  คันดังกล่าวจอดล็อคและติดเครื่องอยู่่่และมีญาติผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณนั้น จึงทำการทุบกระจกรถยนต์ เมื่อตรวจสอบภายในพบว่าไม่มีชีพจรแล้วภายในรถเปิดแอร์อยู่ และเตาอั้งโล่ไฟก็มอดหมดแล้ว