นายกเล็กสองแควระบุ “บ่อบำบัดน้ำเสียหนองอีเฒ่า” ยังใช้งานได้

109

นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลกยืนยัน “บ่อบำบัดหนองอีเฒ่า” ยังไม่เสีย รอเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า ก็จะสามารถเดินระบบได้ อย่างไรก็ตาม จากระยะเวลาที่ก่อสร้างมา 20 ปี ทำให้เทคโนโลยีล้าสมัย จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงทั้งระบบ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้หากจะมีการรับน้ำเสียบางส่วนทำการบำบัดที่จุดรวมน้ำก่อนปล่อยตรงลงน้ำน่านได้อย่างปลอดภัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดันน้ำไปยังบ่อบำบัดหนองอีเฒ่าทั้งหมด

จากที่มีการนำเสนอข่าวโรงงานปรับปรุงคุณภาพน้ำ หรือบ่อบำบัดน้ำเสียหนองอีเฒ่า     ต.วังพิกุล    อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2541 เพื่อรวบรวมน้ำเสียจากเขตตัวเมืองพิษณุโลกส่งเข้าบำบัดก่อนปล่อยลงแม่น้ำวังทอง – แม่น้ำน่าน เหมือนจะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้งานได้นั้น         นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า บ่อบำบัดน้ำเสียหนองอีเฒ่า ยังสามารถใช้งานได้ แต่อาจจะไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะติดปัญหาในเรื่องกระบวนการนำน้ำเสียส่งไปบำบัด ด้วยระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร และจากระยะเวลาที่ก่อสร้างมา 20 ปี ทำให้ระบบเทคโนโลยีต่างๆ ล้าสมัย ต้องมีการปรับปรุง ซ่อมบำรุง

ซึ่งโครงการนี้ ตามแผนของ กรมโยธาธิการ สมัยนั้นคือ เป็นการรวมน้ำเสียเขตพาณิชย กรรมพิษณุโลก ฝั่งตะวันออกทั้ง 17 ท่อ ส่งเข้า PUMP STATION (PS 1-6) PS 1 บริเวณก๋วยเตี๋ยวจุกไก่ไทย ริมน้ำน่าน PS 2 บริเวณหลังโรงภาพยนตร์พิษณุโลกราม่า (เดิม) PS 3 บริเวณหลังวัดท่ามะปราง PS4 บริเวณใต้สะพานสูง PS5, PS6 บริเวณคลองโคกช้าง ก่อนส่งน้ำเสียทั้งหมดเข้าโรงบ่อบำบัดน้ำเสีย     หนองอีเฒ่า ซึ่งเป็นระบบ “บ่อผึ่ง” บำบัดด้วยวิธีเติมอากาศ-ปล่อยตากแดด แล้วปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ต้องใช้สารเคมีบำบัด ถือว่าเป็นเทคโนโลยีถูกที่สุดในยุคสมัยนั้น แต่ปัญหาคือ ระยะทางที่นำน้ำจากครัวเรือนไปบำบัดยาวประมาณ 25 กิโลเมตร อีกทั้งพื้นที่มีระดับความสูงชันอีก ทำให้น้ำเสียที่จะส่งไปบำบัดที่หนองอีเฒ่าจะต้องใช้ปั๊มสูบน้ำอย่างเดียว

นอกจากนั้น บริษัทรับเหมา เป็นผู้รับสัญญาก่อสร้างท่อและบ่อบำบัด ทำงานไม่เสร็จ บริษัทล้มละลาย ต้องทิ้งงานในที่สุด และเมื่อโครงการแล้วเสร็จก็ไม่สามารถเดินระบบได้เนื่องจากจุด PS5เสีย ทำให้มวลน้ำไม่เข้าบ่อบำบัดหนองอีเฒ่า รวมทั้งพบว่าท่อรั่วแตกซึมเนื่องจากการก่อสร้างของผู้รับเหมาไม่ได้มาตรฐาน ที่ผ่านมา กรมโยธาธิการ ได้มีการซ่อมแซมจนสามารถใช้การได้ และส่งมอบให้เทศบาลนครพิษณุโลก เมื่อปลายปี 2561 และมีการทดสอบระบบงานท่อบ่อบำบัด บริเวณจุด PS 4 จนถึงหนองอีเฒ่าได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม จากระยะเวลาที่ผ่านมาถึง 20 ปี ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ ล้าสมัย             ทางเทศบาลนครพิษณุโลก จึงได้ทำข้อตกลง MOU กับองค์การจัดการเรื่องน้ำเสีย (อจน.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ที่โอนย้ายมาอยู่กับมหาดไทย ซึ่งดูแลเรื่องระบบน้ำเสียทั่วประเทศ ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบและทำการศึกษาเพื่อเตรียมปรับปรุงเทคโนโลยีในการเดินระบบให้ทันสมัย สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเมื่อ อจน. ลงมาดูก็พบว่าระบบไฟบ่อบำบัดหนองอีเฒ่าไม่สมบูรณ์ จึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเดินระบบได้อีกครั้ง

นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวต่อไปว่า การลงนามความร่วมมือกับ อจน. ยังรวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบบำบัดน้ำเสียแบบใหม่เข้ามาติดตั้ง ณ จุด PS 1-3 แทนการสูบน้ำส่งไปบำบัดยังหนองอีเฒ่า โดยเป็นการติดตั้งเครื่องจักรไว้ใต้ดิน บำบัดน้ำเสียที่รวบรวมมาด้วยระบบแบคทีเรียก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำน่านได้อย่างปลอดภัย เป็นระบบที่ดีและง่าย ไม่มีต้นทุนในการสูบน้ำเดินทางไกลไปยังหนองอีเฒ่า ถ้าเป็นไปได้ก็จะเหลือจุด PS 4 ที่จะดันน้ำไปบำบัดยังหนองอีเฒ่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน ลดเวลาในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณดำเนินการประมาณ 70 ล้านบาท ในเบื้องต้นทาง อจน. ก็เห็นด้วย ได้มีการทำเรื่องของบประมาณไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว