พบศพถูกฆ่าโหดห่อเสื่อน้ำมันทิ้งป่

102

ชาวบ้านผงะคิดว่าซากหมาเน่าที่แท้เป็นศพโครงกระดูกมนุษย์ห่อด้วยเสื่อน้ำมันคาดถูกฆาตกรรมอำราง ตำรวจหิ้วผู้ต้องสงสัยสอบเครียดอาจมีส่วนรู้เห็น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ร.ต.อ.เกชา  ปากสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีชาวบ้านพบศพเหลือแต่โครงกระดูกถูกห่อด้วยเสื่อน้ำมัน ทิ้งไว้ริมถนนในหมู่บ้านห้วยตีนตั่ง สายนครไทย – ภูหินร่องกล้า พื้นที่หมู่ 1 ต.เนิ่นเพิ่ม อ.นครไทย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุดสยาม  ภูมิประเสริฐ ผกก.สภ.นครไทย พ.ต.ต.บุญญาภาส  เพ็งฤกษ์  นวท.(สบ 2) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.6 แพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบซากศพที่เหลือเพียงโครงกระดูกมนุษย์ถูกห่อหุ้มด้วยเสื่อน้ำมันลายตารางสีน้ำตาลขาวหมกอยู่ในพงหญ้าริมถนน สภาพศพเน่าเปื่อยจนเหลือแต่โครงกระดูกส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พบเป็นศพเพศชายที่กะโหลกศีรษะมีรอยถูกตีด้วยของแข็งจนเป็นรู คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำซากศพส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก

จากการสอบสวน นางยอดรัก  สีอุด อายุ 47 ปี ผู้พบศพเป็นคนแรกให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองได้เดินทางมาถางหญ้าในที่ดินของตนเองที่อยู่ติดกับริมถนน ระหว่างที่ทำการถางหญ้าอยู่นั้นได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากสัตว์ ที่คิดว่าเป็นซากสุนัขที่อาจถูกรถชนตาย จึงเดินหาที่มาของกลิ่นจนไปพบแต่ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าไม่ใช่ซากของสุนัขแต่เป็นเป็นซากศพโครงกระดูกของมนุษย์ จึงรีบไปแจ้งเพื่อนบ้านและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ร่วมกันตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 357 หมู่ 1 ต.เนินเพิ่ม ที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุเพียง 10 เมตร เนื่องจากมีชาวบ้านแจ้งว่าว่าเสื่อน้ำมันที่ปูในพื้นบ้านตรงกับเสื่อน้ำมันที่ห่อหุ้มซากศพ และมีคราบเลือดอยู่ที่พื้นปูนหน้าบ้านและในบ้าน โดยมีนายตรีภพ  แสงบุตรดี อายุ 25 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของบ้านจึงขอตรวจค้นภายในบ้าน พบเสื้อและกางเกงเปื้อนคราบเลือดที่ติดแห้งอยู่ จึงนำไปตรวจสอบหาดีเอ็นเอว่าตรงกันกับซากศพที่พบหรือไม่ พร้อมทั้งควบคุมตัวนายตรีภพไปสอบสวนปากคำที่ สภ.นครไทย

ด้าน นายตรีเพชร  แสงบุตรดี อายุ 49 ปี บิดาของนายตรีภพ เปิดเผยว่า บุตรชายเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกคดียาเสพติดมาช่วงสงกรานต์ปีนี้ และยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง บุตรชายจะมีนิสัยโมโหร้ายจนตนและภรรยาต้องแยกไปอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งหากบุตรชายมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นและทำผิดจริงก็ต้องรับโทษไปตามกฎหมาย แต่ขณะนี้เป็นเพียงแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ต้องรอให้ทางตำรวจสอบสวนอย่างละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้ยังมีชาวเขาเผ่าม้งในพื้นที่ใกล้เคียงคนหนึ่ง หลังทราบข่าวได้มาที่เกิดเหตุได้บอกกับตำรวจว่าบุตรชายบุญธรรมหายตัวไปได้ประมาณ 8 วันแล้ว แต่ดูจากซากศพแล้วคาดว่าเสียชีวิตมานานไม่น่าจะใช่บุตรของตน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวนติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด.