ฆ่าสยองสองตายายยัดอ่างน้ำเผาอำพรางคดี

51

            คนร้ายใจโหดฆ่าสยองสองตายายเจ้าของอู่ซ่อมท่อสูบน้ำ ก่อนจับยัดในอ่างน้ำเผาอำพรางคดี

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 พ.ค. พ.ต.ท.ชูชีพ  พุ่มเฉี่ยว สว.(สอบสวน) สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีเหตุฆาตกรรมเผาโหดเจ้าของร้านอู่ซ่อมท่อสูบน้ำ ตั้งอยู่เลขที่ 212 หมู่ 15 บ้านทุ่งสาน ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.ถาวร  แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.สรกฤษณ์ น่วมด้วง ผกก.สภ.พรหมพิราม กำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่วิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวหน้าบ้านเปิดเป็นร้านรับซ่อมท่อสูบน้ำ พบชาวบ้านยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก จาการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นางประเสริฐ  พันสง่า อายุ 83 ปี และนายสำเริง แก้วปาน อายุ 61 ปี ซึ่งสามีภรรยากันและเป็นเจ้าของอู่ดังกล่าว สภาพศพถูกฆ่าเผาด้วยถ่านยัดอยู่ในอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำหลังบ้าน ศพทั้งคู่นอนทับกันไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกจนจนจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ และยังมีกลุ่มควันคละคลุ้งทั่วบริเวณ ต้องประสานรถน้ำดับเพลิงมาฉีดน้ำให้เพลิงสงบลง จากนั้นกู้ภัยจึงช่วยกันนำร่างมาชันสูตรพลิกศพด้านนอก ซึ่งศพฝ่ายชายนั้นมีบาดแผลถูกของแข็งตีเข้าที่ศีรษะจนยุบ ซึ่งจะส่งศพทั้งคู่ไปผ่าชันสูตรอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลพรหมพิราม เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชายแปลกหน้าที่มาขออยู่ด้วย 1 อาทิตย์ แต่หลังเกิดเหตุได้หายตัวไปอย่างปริศนา

            พ.ต.อ.นฤชา  สุวรรณลาภา รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า จากการตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในอู่พบค้อนและมีดเปื้อนเลือดพร้อมกับน้ำมันที่ใช้สำหรับเผาอำพรางศพ จึงให้เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญในคดี โดยผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ คือ นายประเสริฐ  บัวไพรจิตร อายุ 61 ปี ชาว จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นลูกจ้างที่มาขออาศัยอยู่ภายในร้านกับผู้เสียชีวิตได้ไม่นาน คาดว่าอาจเข้ามาอาศัยด้วยเพื่อขอทำงาน โดยชาวบ้านบอกว่าเคยเห็นรูปร่างหน้าและลักษณะเป็นชายร่างเล็ก ผิวขาว ปากบาง ภายนอกดูซื่อๆ ก็ไม่น่ามีพิษภัยอะไร ซึ่งยังไม่เชื่อว่าจะลงมือก่อเหตุฆาตกรรมหรือไม่ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาสอบปากคำโดยเร็วที่สุด เนื่องจากหลังเกิดเหตุหายไปอย่างปริศนา โดยขณะนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวคนร้าย พร้อมได้กระจายกำลังสกัดจับตามเส้นทางการหลบหนีไว้ทุกเส้นทางแล้ว

            ขณะที่ นางอินทวี  พันสง่า อายุ 53 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวได้เดินทางมาที่เกิดเหตุถึงกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ พร้อมเปิดเผยว่า นางประเสริฐ  พันสง่า มารดา ได้อยู่กินกับนายสำเริง แก้วปาน ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของตน ทั้งคู่รักใคร่กันดีช่วยกันทำงานที่อู่แห่งนี้มานานแล้ว ส่วนตนเองก็จะแวะเวียนมาหาบ้างเพราะมีครอบครัวไปอาศัยอยู่คนละที่กัน เพิ่งทราบเมื่อไม่นานมานี้ว่ามีชายแปลกหน้ามาขออยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงด้วยแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งวันนี้มีชาวบ้านมาบอกว่าที่บ้านมีกลุ่มควันลอยออกมาทำให้เกิดกลิ่นเหม็นไหม้ ตนจึงรีบมาดูพร้อมเข้าไปตรวจสอบก็พบภาพอันน่าสลดหดหู่ว่ามีศพถูกฆ่าเผาด้วยถ่านอยู่ในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำหลังบ้าน คาดว่าน่าจะเป็นแม่และพ่อเลี้ยงของตนเองอย่างแน่นอนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งคนร้ายที่ลงมือก่อนเหตุนั้นถือว่าใจคอโหดเหี้ยมมากผิดมนุษย์ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมารับโทษตามกฎหมาย

            ขณะที่ นายพงศ์นที  เจนกาญจนดิลก อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าของอู่ซ่อมท่อสูบน้ำ เปิดเผยว่า ช่วงเที่ยงของวันนี้แวะมาที่ร้านเนื่องจากตนเองได้นำท่อสูบน้ำมาซ่อมตั้งแต่เดือนที่แล้ว และนายสำเริง ผู้เสียชีวิต ได้นัดหมายให้ตนมารับของในวันนี้ ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์มาดูหน้าร้านก็พบว่าท่อสูบน้ำที่นำมาซ่อมยังไม่เสร็จ แต่สังเกตเห็นผู้ชายเดินวนเวียนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว กระทั่งมาทราบเรื่องว่าเจ้าของอู่และภรรยาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งปกติแล้วทั้งคู่จะเป็นคนใจดีไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร แต่ระยะหลังมีชายแปลกหน้ามาทำงานด้วย และสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ หลายครั้ง แต่ก็ดูซื่อๆ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของทั้งคู่หรือไม่ ซึ่งจะต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนอีกครั้งหากพบตัวชายคนดังกล่าว.