ครูแดนซ์หนุ่มไทยสัญชาติเบลเยี่ยม บินลัดฟ้าตามหาพ่อแม่

15

 

หนุ่มไทยสัญชาติเบลเยี่ยม และเป็นครูสอนแดนซ์ ที่มีชื่อเสียงในเบลเยี่ยม บินลัดฟ้ามาตามหาพ่อและแม่ ที่ทิ้งไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ถึงแม้ความหวังริบรี่ แต่หวังอยากเจอสักครั้ง หลังพ่อแม่บุญธรรมชาวเบลเยี่ยมไปเลี้ยงดูที่เบลเยี่ยม โตและมีงานที่ดี บินกลับมาตามหาพ่อและแม่ที่แท้จริงดั่งละคร

เรื่องราวของหนุ่มไทยสัญชาติเบลเยี่ยมที่พลัดพรากจากพ่อและแม่คนไทยตั้งแต่อายุ 10 เดือน แล้วมีชาวเบลเยี่ยมนำไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมนานกว่า 27 ปี แล้วบินกลับมาเมืองไทยเพื่อตามหาพ่อแม่ดังละคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหนุ่มผู้นี้คือ MR.PISANU DAMIEM M. อายุ 27 ปี (นายพิษณุ)   ซึ่งเป็นไทยสัญชาติเบลเยี่ยม ได้เดินทางมาที่วัดสุดสวาสดิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมกับพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อต้องการตามหาพ่อและแม่ที่แท้จริงชาวไทย หลังจากพลัดพรากมาตั้งแต่อายุได้เพียง 10 เดือน  จนมีพ่อแม่บุญธรรมชาวเบลเยียมมาขอไปเลี้ยงจนเติบโต หลังเดินทางมาที่ประเทศไทย ประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทราบเรื่องราวถูกนำมาทิ้งข้างวัดสุดสวาทเมื่อ 27 ปีที่ผ่านมา

MR.PISANU DAMIEM M. หรือนายพิษณุ ไม่สามารถพูดไทยได้เลย แต่สามารถสื่อสารกันได้ โดยพูดผ่านแอปแปลภาษาในโทรศัพท์มือถือ พร้อมกับเปิดเผยว่า ตนเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 62 โดยทราบเรื่องจากพ่อแม่บุญธรรม ว่า ได้ขอตนมาจากศูนย์รับเลี้ยงเด็กปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตอนนั้นตนอายุประมาณ 4 ปี โดยพ่อแม่บุญธรรมพาไปเลี้ยงดูที่ประเทศเบลเยียม จนเรียนจบระดับปริญญาตรี  ปัจจุบันมีอาชีพสอนเต้น จนมีชื่อเสียงและมีคนรู้จักมากคนหนึ่งในประเทศเบลเยียม  วันนี้ตนตั้งใจเดินทางมาตามหาพ่อแม่ของตนที่เป็นคนไทย โดยได้ไปสอบถามข้อมูลกับศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลว่า ประมาณ 27 ปีที่ผ่านมา  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองพิษณุโลก ได้นำตนซึ่งอายุ 10 เดือนมาให้กับทางศูนย์รับเลี้ยงดู  ทางศูนย์จึงได้ตั้งชื่อว่า “พิษณุ” ซึ่งให้สอดคล้องกับพิษณุโลก ที่เป็นสถานที่พบตนครั้งแรก

MR.PISANU DAMIEM M. กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตนมีความคิดอยากเจอพ่อกับแม่ที่แท้จริง ซึ่งเป็นคนไทย จึงได้สอบถามพ่อแม่บุญธรรมชาวเบลเยียม และหาค้นหาข้อมูล จนทราบรายละเอียด ทำให้ตนตัดสินใจเดินทางมาที่ประเทศไทยในการตามหาพ่อและแม่ เริ่มต้นที่บ้านปากเกร็ด ที่ตนเคยอยู่ก่อน จากนั้นก็เดินทางมาที่ จ.พิษณุโลก และเข้าพักที่โรงแรม พร้อมกับสอบถามพนักงานโรงแรม และให้พาไปที่สถานีตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก และได้ไปขอข้อมูลหลักฐานที่ทางตำรวจค้นหาให้ จนกระทั่งทราบว่า ตนถูกนำมาทิ้งตั้งแต่อายุ 10 เดือนข้างวัดสุดสวาสดิ์ ก่อนจะให้ทางพนักงานขับรถโรงแรมพามาที่วัดสุดสวาท เพื่อสอบถามและหาข้อมูลอีกทาง ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นและแคบลงในการค้นหา แต่ก็ไม่ทราบว่าจะสืบค้นอย่างไรต่อ จนต้องมาขอสอบถามเจ้าอาวาสวัด เผื่อเป็นลู่ทางในการค้าหาพ่อและแม่อีกทาง

MR.PISANU DAMIEM M. กล่าวยังอีกว่า การค้นหาพ่อและแม่ ครั้งนี้ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้น้อยมากในการตามหาพ่อและแม่ที่แม้จริง แต่ก็หวังเสมอว่าจะเจอพ่อกับแม่ที่แม้จริง โดยหลังจากนี้อีก1-2 วันก็จะเดินทางกลับเบลเยี่ยมแล้วก็ตาม แต่อีก 4 เดือน ก็จะกลับมาตามหาเบาะแสเช่นเดิม พร้อมกับหวังว่าจะได้เจอหน้าพ่อและแม่ในที่สุด

ด้านพระครูประภัศร์โสติถิคุณ เจ้าอาวาสวัดสุดสวาท กล่าวว่า หลังจากฟังเรื่องราวของชีวิตของนายพิษณุ แล้วก็เห็นใจตามนิสัยคนไทยแล้ว ได้ทราบเรื่องก็ต้องช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าในช่วงนั้นตนยังไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสวัด แต่หลังจากนี้ทางวัดก็จะประกาศเสียงตามสาย พร้อมประสานไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้สอบถามลูกบ้านถึงเรื่องราวของนายพิษณุ คนไทยสัญชาติเบลเยี่ยม ที่ต้องการตามหาพ่อและแม่ที่แท้จริง เพื่อให้เป็นลู่ทางหรือมีข้อมูลในการสืบหาพ่อและแม่ที่แท้จริงต่อไป

ซึ่งผู้ใดมีข้อมูลหรือต้องการช่วยเหลือ ก็สามารถแจ้งเบาะแสในการตามหาพ่อและแม่ที่แท้จริงของนายพิษณุ ได้ที่ Facebook/Donnez Pisanu หรือ แจ้งผ่านโทรศัพท์ 092-2694066 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บ้านปากเกร็ดได้