ระทึกเพลิงไหม้โรงน้ำแข็งกลางเมืองสองแควโชคดีไร้เจ็บตาย

97

 


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เม.ย. ร.ต.อ.(หญิง) ชนานันท์ ชัยกาวิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บริษัทโกลไอซ์ จำกัด หรือโรงน้ำแข็งศรีบุญยะไพโรจน์ ตั้งอยู่เลขที่ 57 ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จึงประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครพิษณุโลก และ อบต.หัวรอ และหน่วยงานข้างเคียงเร่งระดมรถน้ำกว่า 10 คัน เข้าระดมฉีดน้ำดับเพลิงเป็นการด่วน ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 2 ชั้น ต้นเพลิงเกิดจากห้องพักคนงานด้านบนที่วัสดุทำจากไม้จำนวนกว่า 10 ห้อง เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงจนมีกลุ่มควันสีดำลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่อยู่ละแวกดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันลากสายยางเข้าระดมฉีดน้ำเป็นการด่วน แต่เพลิงได้ลุกลามไปติดห้องเครื่องผลิตน้ำแข็งและถังน้ำแข็งจำนวนมากที่ทำด้วยพลาสติกโฟมซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบลงแต่ข้าวของเครื่องใช้ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ


จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ต้นเพลิงมาจากห้องพักด้านบน ซึ่งเป็นห้องพักของคนงานชาวเมียนมาประมาณ 30 คน แต่ขณะเกิดเหตุมีคนงานนอนพักผ่อนอยู่เพียงแค่ 7 คน แต่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน ส่วนที่เหลือได้ลงมาทำงานข้างนอก โชคดีไม่มีใครได้รับอันตรายบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่วิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่ เนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่าคนงานลืมเสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ และสภาพอาการที่ร้อนอบอ้าวจนทำให้สายไฟเสื่อมสภาพ จนช็อตเกิดประกายไฟลุกลามติดห้องพักข้างเคียง พร้อมจะรวบรวมหลักฐานดำเนินการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขณะที่หลังเกิดเหตุ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย พร้อมสั่งกำชับเพื่อหาแนวทางป้องกันเหตุพลิงไหม้ในโรงงานต่างๆ ควรมีเตรียมอุปกรณ์ป้องกันไฟหรืออุปกรณ์ดับเพลิงให้มีความพร้อมสามารถใช้งานได้ทันท่วงทีอีกด้วย.