เทศบาลฯ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ”

102

เทศบาลฯ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่  25 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณสวนกลางเมือง พิษณุโลก  นายบุญทรง  แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยมีการปลูกต้นไม้และพัฒนาทำความสะอาด บริเวณสวนกลางเมืองและสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ  เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชนและภาคประชาชนทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวที เพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงมีพระวิริยะ อุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ  ด้วยความทุ่มเทพระวรกาย เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่ามาโดยตลอด สร้างความปลาบปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวไทย

รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้มีนโยบายให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา  เทศบาลนครพิษณุโลก จึงได้จัดทำกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการแสดงความสามัคคีร่วมปกป้องและเทิดทูน สถาบันหลักของชาติ ให้ธำรงอยู่เป็นศูนย์รวมจิตใจนำมาซึ่งความรักและสามัคคีของคนในชาติ  ในการดำเนินโครงการดังกล่าว  ได้จัดให้มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับสวนสาธารณะ อาทิ เช่น ต้นรวงผึ้ง  ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10  และต้นปีบ ต้นไม้ประจำจังหวัดพิษณุโลก  ต้นไทรเกาหลี และต้นชาฮกเกี้ยน  ซึ่งจะช่วยสร้างร่มเงาและความเขียวขจีให้กับสวนสาธารณะ  และเป็นปอดให้กับคนเมืองพิษณุโลก      ได้มาออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจและนันทนาการ นอกจากนั้นแล้ว ยังจัดให้มี   การจัดกิจกรรมพัฒนาความสะอาดบริเวณสวนกลางเมืองและสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ โดยการเก็บขยะ ตัดหญ้า ล้างทำความสะอาดบ่อน้ำพุให้มีความสะอาดสวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว  ได้มีผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล  พนักงานเทศบาล และสมาชิกชุมชน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ในครั้งนี้กว่า 200 คน