พ่อแม่พาลูกชายร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกพ่วงชนขาขาดไม่รับผิดชอบ

53

 

พ่อแม่สุดทุกข์ใจพาลูกชายร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังขี่รถจักรยายนต์ถูกรถบรรทุกพ่วงชนขาขาดกลายเป็นคนพิการ วอนคู่กรณีเยียวยาช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายรัด จันทร์พินิจ อายุ 44 ปี พร้อมด้วย นางสุวิมล  จันทร์พินิจ อายุ 41 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 8 บ้านน้ำคาด ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้พานายสุวิทย์  จันทร์พินิจ อายุ 25 ปี บุตรชาย และ นายณัฐวัฒน์  จันทร์พินิจ อายุ 14 ปี หลานชาย เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ดำรงธรรม กรณีเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ปีที่ผ่านมา บุตรชายและหลานชายประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เฉี่ยวชนขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก จนส่งผลทำให้บุตรชายขาข้างขวาขาด ส่วนหลานชายขาหักสองท่อน นอกจากนี้บุตรชายยังต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ซึ่งเป็นความหวังของครอบครัว หลังเกิดเหตุคดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และคู่กรณีก็ยังไม่เคยมาเหลียวแลหรือช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลแม้แต่น้อย จึงตัดสินใจพากันเดินทางมาร้องทุกข์ในวันนี้

ด้าน นายรัด  จันทร์พินิจ พ่อของผู้ประสบเหตุ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 24 ต.ค. ปีที่ผ่านมา นายสุวิทย์  จันทร์พินิจ บุตรชาย และ นายณัฐวัฒน์  จันทร์พินิจ หลานชาย ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวงานประจำปีบุญบั้งไฟบ้านป่าซ่าน ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังจากนั้นได้ขี่รถกลับบ้านพักมาตามถนนสายนครไทย-ชาติตระการ พื้นที่หมู่ 4 ต.บ้านพร้าว จนมาถึงช่วงบริเวณคอสะพานที่แคบ ได้มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ขับสวนมาอีกฝั่งหนึ่งและเปิดไฟสูงใส่หน้าทำให้มองไม่เห็นทาง จนรถเสียหลักไปเฉี่ยวชนกันจนตัวเองบาดเจ็บสาหัสขาข้างขวาขาด ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา หลังเกิดเรื่องได้ติดตามสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบทำคดีนี้ เพื่อติดตามคู่กรณีมาเยี่ยวยาและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น แต่กลับไม่มีความคืบหน้าในคดีแต่อย่างใด นอกจากนี้บุตรชายยังต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ถือว่าสูญสิ้นความหวังที่จะพึ่งลูกชายในยามแก่ชรา และลูกชายต้องหมดอนาคตกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิตอีกด้วย จึงอยากขอให้คู่กรณีเข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางเยียวยาช่วยเหลือบุตรชายของตนด้วย

ทั้งนี้หลังจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว พร้อมจะประสานไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไป.