อดีตผอ.โรงพยาบาลพิจิตรควบเบ็นซ์ชนสนั่นเก๋งจักยานยนต์

387
 
อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตร ควบเบ็นซ์คันงามกำลังจะไปขึ้นศาล เจอสาวขับเก๋งแซงรถคันหน้าจนเสียหลักส่ายไปมาก่อนขวางหน้าเจอพุ่งชนกระเด็นจนพุ่งเข้าชนเต็นท์รถจักรยานยนต์มือ 2 ที่จอดขายอยู่ริมทางกระเด็นตกคูน้ำ
 
 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 22 มกราคม 2562 ร.ต.อ.ธเนตร วงษ์ปริง พนักงานสอบสวน สภ.อ.เมือง พิษณุโลก รับแจ้งมีรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน ที่บริเวณถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ หลักกิโลเมตรที่ กม.121-600  ม.4 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นบริเวณไหล่ทางพบเต็นท์ผ้าใบล้มพับลงไปในคูน้ำ และพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สีดำ รุ่น530 E หมายเลขทะเบียน กค-9333 สุโขทัย สภาพด้านหน้าพังเสียหายพุ่งชนอัดติดอยู่กับรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีน้ำตาลหมายเลขทะบียน กม-5195 พิษณุโลก ตะแคงพลิกอยู่ไหล่ทาง บริเวณด้านหน้ารถพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำสภาพพังเสียหายอีก 2 คัน อยู่ในคูน้ำข้างทาง คันแรกเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟไอ 110 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟแซด สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน….สภาพพังเสียหายทั้ง 2 คัน ในที่เกิดเหตุพบ นางสาวนภัชชนก เกตุน้อย อายุ 25 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในจุดเกิดเหตุด้วยอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์เบ็นซ์ คือนายแพทย์ ประจวบ มงคลสิริ อายุ 62 ปี  อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตร ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในจุดเกิดเหตุ 
 
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายแพทย์ประจวบ เดินทางมาจากจังหวัดสุโขทัย เพื่อจะไปขึ้นศาลที่จังหวัดพิจิตร ระหว่างที่ขับรถยนต์เบ็นซ์คันดังกล่าวมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีรถยนต์เก๋งของนางสาวนภัชชนก ที่ขับอยู่ในเลนขวาและมีรถชลอตัวอยู่ด้านหน้าจึงทำให้นางสาวนภัชชนก ที่ขับรถมาด้วยความเร็วพร้อมกับเบรครถกระทันหันก่อนจะหักรถออกมาเลนขวา จนรถเสียหลักส่ายไปมา และเป็นจังหวะเดียวกับที่รถเบ็นซ์ที่นายแพทย์ประจวบ ขับตามหลังมาจนรถเก๋งนั้นไปขวางด้านหน้ารถเบ็นซ์ จึงถูกพุ่งเข้าชนอย่างจัง จนรถกระเด็นตามแรงไปประทะกับรถจักรยานยนต์ที่จอดขายอยู่ในเต็นท์ริมถนนจนตกคูน้ำได้รับความเสียหายทั้งหมด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกพร้อมกับจะรทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองคน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.