วิ่งทะลุหมอก (Running Day) เพื่อสุขภาพและการกุศล

144

นักวิ่งกว่า 300 ชีวิตจากทั่วสารทิศ หลั่งไหลร่วมกิจกรรมวิ่งทะลุหมอก (Running Day) สัมผัสอากาศบริสุทธิ์เย็นสดชื่น แวะถ่ายรูปและเช็คอินกับทะเลหมอก 2 ฝั่งข้างทางที่สวยงาม ณ ร่องเขานครชุม ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า วันที่ 20 มกราคม 2562ที่โรงเรียนนครชุมพิทยารัชมังคลาภิเษก ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอนครไทย ได้เป็นประธานในการปล่อยตัว กิจกรรมวิ่งทะลุหมอก (Running Day) เพื่อสุขภาพและการกุศล นำรายได้สมทบทุนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ  ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทุนการศึกษา และกิจกรรมการท่องเที่ยว ณ ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ของตำบลในคนชุม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพิษณุโลก อีกแห่งหนึ่งที่เหมาะแก่การไปเที่ยวชมนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนยอดดอย ชมทิวทัศน์ ยามพระอาทิตย์ขึ้นมองเห็นลำแสงพระอาทิตย์ส่องทะลุกล่มก้อนเมฆ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ไปกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของที่นี่อีกด้วย โดยมีนายสุรินทร์โรจน์ ศรีสังข์ ปลัด อบต.นครชุม ปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.นครชุม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน

ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้าก่อนปล่อยตัว มีนักวิ่งจากทั่วสารทิศ กว่า 300 คน มาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรับเลขรันนิ่ง ติดที่เสื้อ และได้รวมตัวกันไปวอร์มให้ความอบอุ่นกับร่างกาย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร่องเขานครชุมในวันนี้ค่อนข้างหนาวเย็น อุณหภูมิเพียง15-16 องศาเท่านั้น หากไม่มีการให้ควาอบอุ่นกับร่างกายก่อนอาจจะทำให้กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บขณะวิ่งได้ ซึ่งหลังจากทำการวอร์มร่างกายเรียบร้อย นายอำเภอนครไทยได้ทำการลั่นฆ้อง 3 ครั้ง ก่อนทำพิธีตัดริบบิ้นและปล่อยตัวนักวิ่งสู้เส้นทางการวิ่งทะลุหมอก

สำหรับเส้นทางการวิ่งจะเริ่มปล่อยตัวจุดสตาร์ทที่บริเวณหน้าโรงเรียนนครชุมพิทยารัชมังคลาภิเษก และไปรับป้ายที่จุดกลับตัวบริเวณ จุดชมวิวร่องเขาแห่งนครชุม รวมระยะทาง 10กิโลเมตร โดยมีการวิ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ แบบวิ่งอายุไม่เกิน 18 ปี และ แบบวิ่งอายุไม่เกิน 19 – 39 ปี และวิ่งแบบอายุ 40 ปี ขึ้นไป ประเภทชายและหญิง ผู้ชนะลำดับ 1 – 3 จะได้รับถ้วยรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย

โดยบรรยากาศของเส้นทางการวิ่งตลอดทั้ง 10 กิโลเมตรนั้น ทั้งสองฝั่งข้างทางเต็มไปด้วยทะเลหมอก เย็นสดชื่น ซึ่งบรรดานักวิ่งต่างวิ่งไป สูดอากาศสดชื่นบริสุทธิ์เข้าปอด และแวะถ่ายรูปเช็คอินความสวยงามของสายหมอกตลอดทั้งเส้นทาง และต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการวิ่งที่ลืมความเหนื่อยไปเลยเพราะอากาศเย็นสบาย สดชื่น มีสายหมอกสวยๆ ให้ได้มองตลอดเส้นทาง เผลอแว๊บเดียวก็ถึงเส้นชัยซะแล้ว