ซักซ้อมเหตุชิงทอง ผบช.ภาค 6 ย้ำตำรวจออกปฏิบัติต้องสวมเสื้อเกราะ

28

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ตรวจเยี่ยมการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ 2 คนร้ายชิงทองกลางเมืองพิษณุโลก เปิดห้องควบคุมกล้อง CCTV ติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว ย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติงานต้องสวมเสื้อเกาะทุกคน พระองค์ไหนก็ช่วยไม่ได้  โดยในการฝึกซ้อม ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติ ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 กันยายน 2565 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้ตรวจการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์กรณี 2 คนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองกลางเมืองพิษณุโลก ให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะได้ติดตามตัวคนร้ายได้อย่างทันท่วงที  โดยมี พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า ผบก.จ.พิษณุโลก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก. เมืองพิษณุโลก ได้ร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้ด้วย

โดยได้จำลองเหตุการณ์ มีคนร้ายเป็นชาย 2 ราย ใช้อาวุธมีดข่มขู่บังคับพนักงานร้านทองและหยิบทองคำรูปพรรณจำนวน 1 เส้นวิ่งหลบหนีไป 1 ราย และอีก 1 รายขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลัง  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดูใบหน้าคนร้าย โดยที่เกิดเหตุนั้นมีตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบทันที แบ่งกำลัง 1 ชุด สกัดจับตัวคนร้ายที่วิ่งหลบหนีมายังสวนกลางเมือง  ตำรวจได้สกัดกั้นไว้ พร้อมส่งสัญญาณให้คนร้ายยอมมอบตัว และเข้าตรวจค้นตามหลักยุทธวิธีตำรวจ  โดยสั่งให้คนร้ายวางอาวุธมีดและยกมือขึ้นไว้บนท้ายทอย จนทำการจับกุมได้ในที่สุดพร้อมของกลางเป็นอาวุธมีด 1 เล่มและสร้อยคอทองคำของกลาง

ส่วนกำลังอีก 1 ชุด แบ่งเป็นชุดสายตรวจทำงานร่วมกันห้องศูนย์ควบคุมวิทยุ และเจ้าหน้าที่ห้องบันทึกภาพ CCTV โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้เข้าไปตรวจเยี่ยมและชมการทำงานภายในห้อง CCTV เพื่อติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พบว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางในซอยราชอุทิศ มุ่งหน้าไปยังถนนศรีธรรมตรีปิฎก มุ่งหน้าแยกสุเหล่า และมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่สายตรวจแต่ละสายประจำจุดสกัด แสดงตัวปิดล้อมได้บริเวณถนนเส้นหลังตลาดบ้านคลอง ซึ่งใช้เวลาเพียง 20 นาที ในการจับกุมคนร้ายทั้ง 2 รายไว้ได้

พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เปิดเผยว่า เป็นการซ้อมแผนเผชิญเหตุเหมือนจริง ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อที่จะดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้เราต้องมีการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการประชุมเอเปค ซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรภาค 6 เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องสนับสนุนกำลังกับส่วนกลาง  วันนี้เป็นการซักซ้อม ตรวจสอบกระบวนการทำงาน ไม่ต้องมองถึงความสมบูรณ์ หรือไม่สมบูรณ์ ทุกอย่าง No body perfece ทุกอย่างยิ่งไม่สมบูรณ์เราจะได้ยิ่งปรับปรุง เพื่อที่จะได้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นของประชาชน จะได้รู้ว่าตำรวจภูธรภาค 6 เราพยายามทุกอย่าง เพื่อที่จะมีการพัฒนาเรียนรู้ส่งเสริมและฝึกฝนให้ตำรวจได้มีความกระชับ แคล่วคล่อง ว่องไว รู้ในยุทธวิธี รู้ในหลักกฎหมาย และรู้วิธีที่จะป้องกันเหตุให้ทุกท่าน เมื่อเหตุเกิดแล้วเราจะต้องวางแผนยังไงเหนือสิ่งอื่นใดคือเราต้องป้องกันไม่ให้เหตุเกิด แต่ถ้าเหตุเกิดแล้วต้องจับให้ได้ และเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายว่าวันนี้มาเพื่อแนะนำไม่ได้มาจับผิดใคร ต้องการให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน และย้ำว่าตำรวจทุกนายที่ออกไปเผชิญเหตุต้องใส่เสื้อเกราะทุกคน พระองค์ไหนก็ช่วยไม่ได้

 

/////////////////////////