ทวงขอความเป็นธรรม หลังรถปิคอัพขนคนงานเสียหลักชนเก๋งจนลูกเมียดับ

24

แม่กับพี่สาวยังทำใจไม่ได้ วอนขอความเป็นธรรม หลังลูกเขยขับรถประสบอุบัติเหตุเมียลูกเสียชีวิตสลด โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกคนขับรถปิกอัพเข้าให้ปากคำ

จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งและรถกระบะเฉี่ยวชนกันทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อเวลา 17.39 น. วันที่ 30 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา บนถนนเส้นพิษณุโลก-กำแพงเพชร บริเวณโค้งบ้านแหลมเจดีย์ หมู่ 8 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 11 คน เสียชีวิต 2 คน ซึ่งเป็นแม่ลูกกันที่นั่งโดยสารมากับรถยนต์เก๋ง โดยมีนายวีรนันท์ สีมาน อายุ 29 ปี เป็นคนขับ ส่วนรถกระบะคู่กรณีเป็นรถขนคนงานนั่งมาด้านท้าย ล่าสุดไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบางระกำ 2 ราย หลังจากนั้นฝั่งของนายวีรนันท์ได้โพสต์เรื่องราวความสูญเสียของครอบครัว ที่ต้องมาเสียภรรยาสุดที่รักและลูกสาววัยกำลังน่ารัก สร้างความเศร้าสะเทือนใจน่าเวทนาสงสารเป็นอย่างมาก พร้อมกับขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ที่วัดทองหลาง หมู่ 1 ต.มะขามสูง อ.เมืองพิษณุโลก พบกับนางมานิตย์ ส้มจีน อายุ 58 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต ที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า วันเกิดเหตุนายวีรนันท์ สีมาน ลูกเขย พร้อมกับ น.ส.จารุพร ส้มจีน ลูกสาว และ ด.ญจารุนันท์ สีมาน อายุ 3 ขวบ หลานสาว พาครอบครัวไปเยี่ยมปู่กับย่าที่ อ.บางระกำ และขับออกมาซื้อกับข้าวเพื่อไปกินกับครอบครัว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถกระบะขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์ จากนั้นได้พุ่งมาชนกับรถยนต์เก๋งของลูกเขต ส่งผลทำให้ลูกสาวและหลานสาวเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ โดยตนเองและครอบครัวมาทราบเรื่องจนค่ำแล้ว และทราบว่ารถกระบะคู่กรณีก็มีผู้บาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ตำรวจกลับไม่ได้ตรวจแอลกอฮอล์คนขับรถคู่กรณีในทันที ว่ามีอาการมึนเมาขณะขับขี่ด้วยหรือไม่ ตอนนี้ทางลูกเขยสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ เพราะว่ามีเสียงต่อว่าทางสื่อโซเชียลเชิงว่าทำไมถึงเอาฝั่งลูกเมียเข้าชนแทนตัวเอง ซึ่งเหตุการณ์ขณะนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมากและเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สำหรับงานฌาปนกิจศพในวันพรุ่งนี้จะมีพิธีฌาปนกิจของหลานสาวก่อน จากนั้นช่วงบ่ายก็จะฌาปนกิจลูกสาวต่อไป ซึ่งทางครอบครัวอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับคนตายด้วย เพราะลูกสาวเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพราะขณะนี้ทางฝั่งคู่กรณีเองก็ยังไม่ติดต่อมาหรือรับผิดชอบอะไรเลย

ขณะที่ สภ.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ทางด้าน ร.ต.อ.พงษ์ศิริ  อำไพพิศ ร้อยเวร เจ้าของคดี ได้เชิญตัว นายอุดร ด้วงพิทักษ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/4 หมู่ 1 ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จ.สุโขทัย คนขับรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ผข 6190 พิษณุโลก คู่กรณี มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมชี้ร่องรอยการเฉี่ยวชนโดยประสานตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เบื้องต้นนายอุดร คู่กรณี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นตนเองขับรถมาตามปกติ ความเร็วประมาณ 70 กม./ชม. ทางฝั่งตนบาดเจ็บสาหัส 8 คน เสียชีวิต 2 คน ส่วนตนเองบาดเจ็บเล็กน้อย ยอมรับว่าดื่มแอลกอฮอล์หลังเลิกงานมานิดหน่อย ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้วได้ 45 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ตนก็อยากจะกล่าวขอโทษกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก อยากจะไปร่วมงานศพแต่ฝั่งครอบครัวคู่กรณีคงโกรธตนอยู่ ส่วนฝั่งลูกน้องของตนเองที่เสียชีวิตก็ไปดูแลเยียวยาช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ก่อนจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

//////////////////