มิจฉาชีพอ้างตนเป็นแพทย์สนามเรือนจำจังหวัด หลอกลูกชายติดโควิด ให้โอนเงินเป็นค่ารักษา

104

ผู้เป็นแม่เข้าแจ้งความ หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพ อ้างตนเป็นแพทย์สนาม เรือนจำจังหวัด หลอกลูกชายติดโควิด ให้โอนเงินเป็นค่ารักษา หลังจากตรวจสอบพบว่าถูกหลอก ด้านผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด ได้เตือนประชาชนหลงเชื่อ พร้อมเร่งรัดติดตัวหาตัวคนร้าย ร่วมกับตำรวจ แล้ว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มกราคม  นายจำลอง กลัดดิษฐ์  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต. จอมทอง พานางนางสมคิด พรมป้อม อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/2 หมู่ 6 ต.จอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก หลังจากถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ อ้างตัวเป็นแพทย์สนาม เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก โทรมาบอกว่าลูกชายที่ถูกคุมขังในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก เป็นโควิดรักษาตัวอยู่ และต้องใช้เงินสำหรับในการซื้อยารักษาจากภายนอก จึงได้โอนเงินไปให้มิจฉาชีพดังกล่าวเป็นจำนวน 3650 บาท ซึ่งหลังจากโอนเงิน ก็ได้ทำการตรวจสอบก็พบว่าถูกหลอกให้โอนเงินแล้ว จึงได้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก

นายจำลอง กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 มีหมายเลขโทรศัพท์ โทรมาหาจำนวน จำนวน 2 สาย แต่ไม่ได้รับ เมื่อกลับมาถึงบ้านตอนเย็นจึงโทรกลับไปยังเบอร์ดังกล่าว แต่ไม่มีการรับสาย ผ่านไปไม่นานเบอร์ดังกล่าวได้โทรกลับมา และแจ้งว่าให้ช่วยติดต่อญาติของ นายเอ นามสมมุติ ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากติดโควิด จึงต้องการติดต่อแม่ของนายเอ (นามสมมติ) ดังกล่าว หลังจากนั้นก็ไปแจ้งให้กับ นางสมคิด ผู้เป็นแม่ของนายเอ ทราบและคุยโทรศัพท์ กับหมายเลขดังกล่าว จนกระทั่งมาทราบว่านางสมคิด โดนหลอกให้โอนเงินไปดังกล่าว จากนั้นจึงได้พานางสมคิดมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวหาคนร้ายรายนี้

ด้านนางสมคิด ผู้เสียหาย กล่าวว่า แก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว ได้โทรมาหลอกว่าตนนั้นเป็นแพทย์สนามอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก  แจ้งว่าลูกชายของป้า นายเอ (นามสมมติ) ติดโควิดมา 7 วัน อาการแย่ ทานอะไรไม่ได้ ต้องการเงินไปซื้ออาหารพิเศษ ยา โดยให้โอนเงินไปจำนวน 3,650 บาท ผู้เป็นแม่ทราบว่าลูกติดโควิดเกิดความตกใจ มีความเป็นห่วงลูกชายจึงรีบโอนเงินในวันถัดมาทันที เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา โดยไม่ทันระวัง หลังจากนั้นไม่นานผู้เป็นแม่อยากทราบอาการของลูกชาย จึงโทรไปสอบถามหัวหน้าเรือนจำพิษณุโลกว่า อาการลูกชายเป็นอย่างไรบ้างและสอบถามว่าทางเรือนจำมีการเรียกร้องเงินค่ารักษาโควิดด้วยไหม ปรากฎว่าทางหัวหน้าเรือนจำ บอกว่าลูกชายของป้า นั้นไม่ได้ติดโควิดและไม่มีการเรียกร้องเก็บเงินค่ารักษาแต่อย่างใด เพราะเนื่องจากทางรัฐบาลเขามีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล การดูแลผู้คุมขังอย่างดี จึงมาทราบว่าถูกหลอกอย่างแน่นอน อีกทั้งในช่วงนี้มักมีผู้แอบอ้างจากเรือนจำฯ เหมือนกรณีตน มาหลายรายแล้ว จึงได้มาแจ้งความเพื่อมิให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อเหมือนตนเอง

ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจภูธรภาค  6 ได้กำชับเรื่องการติดตามกลุ่มมิจฉาชีพหลอกแอบอ้างหลอกให้โอนเงิน ต่างๆนานา เป็นพิเศษ ซึ่งจากตรวจสอบพบว่ามีแก๊งมิจฉาชีพโทรแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ต่างๆ แม้กระทั่งตน ยังเคยถูกแอบอ้างก็ยังมี ซึ่งคดีนี้ตนจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบและเร่งติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากมีหลักฐานในการโอนเงินและหมายเลขโทรศัพท์ รวมทั้งถึงหมายเลขบัญชีที่โอนมีความชัดเจนมาก  กำลังเร่งติดตามตัวมิจฉาชีพผู้ก่อนเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด จึงขอฝากประชาชนให้ระมัดระวังแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ ที่กำลังระบาดในช่วงนี้ด้วย เพื่อป้องกันความสูญเสียทรัพย์สินในที่สุด

ด้านนายมงคล จันทะจร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า กรณีมีผู้แอบอ้างเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก หลอกให้ญาติผู้ต้องขังให้โอนเงิน อ้างว่ามีการติดโควิดในเรือนจำนั้น จากการตรวจสอบก็พบว่ามีการแอบอ้างทั้งเรือนจำกลางพิษณุโลก เรือนจำจังหวัด ทัณฑสถานหญิงวังทอง ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย เบื้องต้นได้ร่วมกับตำรวจ สภ.วังทอง ในการติดตามหาตัวมิจฉาชีพรายนี้แล้ว ซึ่งอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าทางเรือนจำจังหวัด ไม่มีนโยบายในการโทรหาญาติเพื่อให้โอนเงินดังกล่าว ซึ่งทางเรือนจำมีสวัสดิการ และในการรักษาผู้ต้องขังอยู่แล้ว อย่าได้หลงเชื่อมิจฉาชีพให้โอนเงินแต่อย่างใด

////////////