ลุงวัย 70 ปี ร้องสื่อบ้านถูกโจรขึ้น 5 ครั้งสูญเงินหลายแสน แจ้งความแต่คดีไม่คืบ

67

คุณลุงวัย 70 ปี ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ถูกขโมยขึ้นบ้านถี่ 5 ครั้งสูญหลายแสน แจ้งความคดีเงียบ

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 90/1 ม.3 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของนายสำรวย ภัทรวงศ์วิสุทธิ์ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียว ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า ตลอดระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนบ้านที่พักอาศัยถูกขโมยมาลักเงินสดทรัพย์สินมีค่าไปเป็นจำนวนมาก นับได้รวม 5 ครั้ง  แต่ละครั้งได้ไปแจ้งความกับร้อยเวรพื้นที่เกิดเหตุ แต่คดีไม่มีอะไรคืบหน้าเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ทางตำรวจอ้างไม่มีหลักฐาน  จึงต้องร้องผ่านสื่อช่วยเหลือ

นายสำรวย เปิดเผยว่า แต่ก่อนตนมีครอบครัวที่มั่นคง ช่วงหลังตนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากเป็นอัมพฤกษ์กล้ามเนื้ออ่อนแรง จนไม่สามารถทำงานหนักได้ ต้องมานอนรักษาตัวเองที่บ้าน  ทำให้ภรรยาเลิกราไปอยู่ที่อื่น ส่วนลูกๆ 4 คน ออกไปมีครอบครัวกันหมด นานๆครั้งจะมาหา ตนจึงต้องอยู่คนเดียว  ช่วงหลังพอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง แต่ไม่สามารถออกไปทำงานนอกบ้านหรืองานหนักได้

นายสำรวย กล่าวว่า ทุกวันนี้ตนมีรายได้จากห้องเช่าที่เคยทำไว้ก่อนจะเป็นอัมพฤกษ์ จึงมีเงินเก็บแต่ละเดือนจำนวนหลายหมื่นบาท ต่อมามีชายหนุ่มคนหนึ่งมาอาศัยอยู่กับพ่อของเขาที่ห้องเช่าของตน และได้มาเที่ยวหาคลุกคลีอยู่กับตนทุกวัน  เนื่องจากไม่มีงานทำ ทำให้ตนไว้วางใจวานให้ไปซื้อยารักษาโรคที่ร้านขายยาและซื้อกินของใช้  ให้ค่าจ้างครั้งละ 300-400 บาท รวมทั้งได้ใช้ให้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มให้อยู่เป็นประจำ ตอนแรกตนคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่มาภายหลัง ปรากฏมีคนเข้ามาขโมย เงินในห้องนอนกว่า 100,000 บาท พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก ราคาเป็นแสนบาท เช่นกัน รวมแล้ววันนั้นตนสูญเงินและทรัพย์สินไปกว่า 200,000 บาท จึงได้ไปแจ้งความเอาไว้

นายสำรวยกล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีคนร้ายเข้าขโมยเงิน ในบ้านของตนอีกรวม 5 ครั้ง และเป็นช่วงที่ตนต้องกินยารักษาโรค ทำให้หลับไม้รู้สึกตัว แต่ละครั้งคนร้ายได้เงินไปไม่ต่ำกว่าครั้ง 10,000- 20,000 บาท ตนเชื่อว่าเป็นคนๆเดียวกันที่เข้าออกบ้านตน และรู้รหัสเอทีเอ็มของตน หลังตำรวจมาตรวจที่เกิดก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนภาพวงจรปิดตามที่ต่างๆและจุดที่คนร้ายไปกดเงินก็ไม่มี อ้างว่าเสีย  ทำให้ไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ ตนเองก็สงสัยมากว่าตำรวจไม่สนใจคดีของตนเลย ทั้งที่ตนแจ้งเบาะแสไปแล้ว  คนที่ตนสงสัยไม่เคยกลับมาที่บ้านตนเลย ผิดกับแต่ก่อนมาทุกวันๆละ หลายรอบ  ครั้งหลังสุดทางธนาคารโทรมาบอกตน ว่ามีคนพยายามกดเงินออก แต่ไม่สามรถกดได้ ถ้าวันนั้นคนร้ายกดเงินได้ ตนต้องสูญเงินอีกกว่าแสนบาท  แต่โชคดีตนได้อายัดบัตรเอทีเอ็มได้ทัน เนื่องจากบัตรเอทีเอ็มถูกขโมยไปก่อนหน้าแล้ว พร้อมเงินสดอีกหมื่นกว่าบาท

นายสำรวย กล่าวว่า  ตนเคยไปร้องเรียนที่ตำรวจภูธรภาค 6   เพราะนอกจากนั้นคนร้ายยังพยายามสร้างสถานการณ์ โดยเทน้ำมันพืชลงกับพื้นห้องครัว เพื่อให้ตนลื่นล้มได้รับบาดเจ็บ หรือต้องการให้ตนเสียชีวิต โชคดีที่ตนไม่เป็นอะไรมาก  ตนต้องการให้ทางตำรวจช่วยติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้  หากยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ตนต้องถูกขโมยรายนี้ขึ้นบ้านเป็นประจำ กลัวว่าสักวันจะไม่ปลอดภัยในชีวิต