ตร.ภาค 6 จับกุม 3 ขบวนการค้ายาบ้ารายใหญ่

81

สืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ทลายแก๊งเครือข่ายค้ายาบ้า รายใหญ่ ในพื้นที่ภาค 6 จำนวน 3 เครือข่าย พบเครือข่ายแรกเป็นนายกอบต.พบพระ เชื่อมโยงขบวนการค้าไอซ์1.5ตัน พร้อมยึดบ้าน รีสอร์ท ,อีกเครือข่าย “พี่แหลม พิโลก” เปิดขายยาบ้าทางเฟสบุ้ค พ่อค้าอายุเพียง 20 ปี มีเงินในบัญชี 20 กว่าล้าน ส่วนอีกราย เป็นเครือข่าย “บอย ป่ามะคาบ” ลูกน้อง โก๋เก๋ มันทุกเม็ด ทั้ง 3 เครือข่ายยึดทรัพย์สิน มากกว่า 30.5 ล้านบาท ได้ผู้ต้อหา 6 ราย


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2564 พ.ต.อ.ศราวุธ คนใหญ่ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในห้วงวันที่ 26 – 29 เมษายน 2564ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ตาก จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องกวางล้างขวนการค้ายาเสพติด ในช่วงมีการแพร่ระบาดโควิด อาจทำให้ช่วงนี้ขบวนการค้ายา ฉวยโอกาสในการแพร่กระจายยาเสพติดได้ ทำให้ พล.ต.ท. อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.๖ ได้สั่งการให้ตำรวจในสั่งการทำการกวาดล้าง ในห้วงเวลาดังกล่าว และสามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดสำคัญรายใหญ่ ได้ 3 เครือข่าย คือ เครือข่าย นายกว่าง จากเมื่อวันที่ 18/10/62 ยึดยาไอซ์1.5ตัน (จุดตรวจบ้านห้วยระอุ จ.ตาก) วันที่ 24/11/63 จับกุม น.ส.หลิน ชาล์ ที่ย่านมีนบุรี กทมฯ (ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 100ล้านบาท) วันที่ 04/4/64จับกุม น.ส.ปาณิสรา ศิริกรไตรวิชญ์หรือเจน กับพวก ที่ย่านลาดพร้าว (ของกลางยาไอซ์100กก.,ยาเค 100กก.) จากนั้นได้ทำการขยายผล จนขอออกหมายจับ นายกว่าง หรือ นายวิชิต อาพลรุ่งโรจน์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพบพระ อ.พบพระ จ.ตาก กับพวกรวม 4คน (เครือญาติ น.ส.เจน) ยืดทรัพย์สิน นายกว่าง เป็นเงินในบัญชี 1.1 ล้าน รีสอร์ท และบ้าน มูลค่า 7.5ล้านบาท เบื้องต้นนายวิชิต หรือ นายกว่าง ได้หลบหนีไปก่อน และสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมเกี่ยวข้อง 1 ราย ล่าสุดมีรายงานว่า นายกว่าง จะมีการเจรจาขอมอบตัวเพื่อสู้คดี

เครือข่ายที่ 2 เป็นเครือข่าย “พี่แหลม พิโลก” ทีมีพฤติกรรมใช้เฟซบุ๊คชื่อ “พี่แหลม พิโลก” โพสต์ขายยาเสพติด ในพื้นที่ จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 6 ได้ตรวจสอบเฟซบุ๊ค “พี่แหลม พิโลก” พบว่ามีรายละเอียด ตรงกับเฟซบุ๊คชื่อว่า “อภิรักษ์ แก้วเพ็ชร (ฟอร์จูน)” อายุ 20 ปี เป็นชาวจังหวัดอุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบนายอภิรักษ์ แก้วเพ็ชร พบความผิดปกติทางการเงิน ที่มีเงินในบัญชีไม่ต่ำวกว่า 20 ล้านบาท ทั้งๆที่ไม่มีอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ต่อมาวันที่ 4 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับนายอภิรักษ์ แก้วเพ็ชร กับพวกจำนวน 4 ราย ข้อหาสมคบฯ ตาม พรบ.ยาเสพติด ยืดทรัพย์สิน นายอภิรักษ์ฯ และเครือข่าย มูลค่า 20 ล้านบาท โดยนายอภิรักษ์ แก้วเพ็ชร ได้ปฏิเสธข้อกล่าว และพยายามขอประกันตัว ทางเจ้าหน้าที่คัดค้าน และได้ฝากขังตัวนายอภิรักษ์ อยู่ที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก

ส่วนเครือข่ายสุดท้าย เป็นเครือข่าย ของ “บอย ป่ามะคาบ” โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 6 จับกุมนายศักดิ์ชัย เจริญสุข หรือตาล ที่ จ.สุโขทัย ได้ของกลางยาบ้า 1.2ล้านเม็ด จากนั้นได้ทำการขยายผลจนทราบว่า นายปิยะณัฐ คัชมาตย์หรือบอย ชาว จ.พิจิตร อยู่ในเครือข่าย“โก๋แก่ มันทุกเม็ด” มีพฤติกรรมเชื่อมโยมคอยว่าจ้างให้ผู้นำยาไปวางตามจุดต่างๆ เพื่อให้แก๊งที่ร่วมขบวนการ มารับยาไปส่งให้กับลูกค้าอีกครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ นายปิยะณัฐฯ กับพวกจำนวน 4 ราย ข้อหาสมคบฯ ตาม พรบ.ยาเสพติด ยึดทรัพย์สิน นายปิยะณัฐฯ และเครือข่าย มูลค่า 2 ล้านบาท ส่วนตัวนายปิยะณัฐ หรือ บอย ป่ามะคาบ ได้หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

พ.ต.อ.ศราวุธ คนใหญ่ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 เครือข่ายยึดทรัพย์สิน มากกว่า 30.5 ล้านบาท ได้ผู้ต้อหา 6 รายคดี ถือว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติดที่สำคัญมาก ทาง พล.ต.อ. มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. จะมาแถลงข่าวด้วยตนเองในครั้งนี้แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องยกเลิกการแถลงข่าวไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะทำการขยายผลแต่ละขบวนการอย่างต่อเนื่อง เพราะรูปแบบการค้ายาเสพติดในอนาคตจะเปลี่ยนไป จนน่าเป็นห่วง ทั้งการค้าขายทางออนไลน์ หรือ การใช้กลยุทธ์ตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมากขึ้น
////////////