สาวใหญ่หลงกู้เงินผ่านแอฟทางโทรศัพท์จ่ายไม่ไหวเจอข่มขู่ยึดทรัพย์

131

สาวใหญ่เจ้าของกิจการรับซักผ้า เจอโควิด – 19 พ่นพิษรายได้หดหาย สุดท้ายหลงกู้เงินผ่านแอฟที่โฆษณาตามสื่อโซเซียล ถูกรีดดอกสูงสุดท้ายจ่ายไม่ไหว ดอกท่วมต้น ถูกทวงถาม พร้อมข่มขู่จะยึดทรัพย์และรังควาญ เจ้าตัวรับผิดพลาดเองที่ไปกู้พร้อมชดใช้เงินที่ยืมแต่อยากให้เจ้าหนี้ให้เวลาเพื่อปิดเงินต้น ในขณะที่พบว่าการปล่อยกู้ประเภทนี้ว่อนเต็มสื่อโซเซียล

วันที่ 4 มีนาคม 2564 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก  น.ส.แก้ว(นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ชาว จ.สุโขทัย ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากได้รับการข่มขู่ทางไลน์ให้ชดใช้เงินที่กู้ผ่านแอฟทางโทรศัพท์ไม่เช่นนั้นจะส่งคนมายึดทรัพย์และกระทืบให้ตาย จึงเกิดความกลัวจึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เบื้องต้นทาง ร.ต.อ.สุรพงษ์  เหมือนศรีชัย รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งความแล้วลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะติดตามเรื่องดังกล่าว

ด้าน น.ส.แก้ว(นามสมมุติ) กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ตนไม่รู้จะหาหนทางแก้ปัญหาอย่างไร ที่ผ่านมาพยายามแก้ปัญหาโดยพยายามปิดบัญชีเงินกู้ที่กู้ผ่านแอฟทางโทรศัพท์มาตลอด จากเดิมที่กู้มาทั้งหมด 8 แอฟ ตอนนี้เหลือเพียง 3 แอฟ แต่เจอปัญหาต้นทับดอกไม่สามารถที่จะปิดได้อีกทั้งกิจกรรมรับซักรีดก็ซบเซาเงินเก็บที่หามาเก็บไว้ก็หมดลง ทำให้ทุกวันนี้เงินจะกินข้าวก็ยากลำบาก แล้วต้องมาเจอปัญหาข่มขู่แบบนี้อีก อยากจะโทรหาคุณบิณฑ์  บันลือฤทธิ์ ให้ช่วยเหลือก็ไม่รู้จะติดต่ออย่างไร

จุดเริ่มต้นที่ไปกู้เงินทางแอฟโทรศัพท์ก็มาจากช่วงโควิดที่ผ่านมา ธุรกิจซักอบรีดไม่ค่อยดี จนวันหนึ่งตนเล่นเกมส์ทางมือถือก็มีโฆษณาเชิญชวนกู้เงินผ่านโทรศัพท์ได้ง่ายเพียงใช้บัตรประชาชนกับหน้าสมุดบัญชี เบื้องต้นก็ลองกู้ไป 2,000 บาท ได้เงินมา 1,300 บาท มีระยะเวลาคืนภายใน 7 วัน หากเกินก็จะต้องเสียดอก 300 บาท ต่อวัน ต่อมาตนก็กู้เพิ่มในแอพใหม่เพื่อนำเงินมาจ่ายแอพเก่า เนื่องจากหาเงินไม่ทันจนกระทั้งทบไปทบมาจนกู้ไป 8 แอฟ อีกทั้งธุรกิจซักอบรีดแทบไม่มีงานเข้า  จึงได้นำเงินเก็บที่สะสมไว้มาจ่ายปิดเงินกู้ไปได้ 5 แอฟ ปัจจุบันเหลือ 3 แอฟที่ต้องจ่ายเงินอยู่ แต่เงินไม่พอทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินกู้ได้ จนถูกทวงถาม ก็พยายามอ้อนวอนให้ผ่อนผันขยายเวลาและไม่คิดดอกเพิ่ม แต่ทางเจ้าหนี้ไม่ยอมบอกว่าต้องจ่ายค่าดอกมาทุกอาทิตย์อาทิตย์ละ 1,000 บาท พร้อมส่งข้อความทวงถามมาทางไลน์ กระทั้งข่มขู่ว่าจะส่งคนมายึดทรัพย์ จึงตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ

ตนยอมรับว่าตนผิดพลาดที่ไปกู้เงินมาแต่ก็พร้อมจะชดใช้เงินที่กู้มาแต่ก็ขอให้เวลาหาเงินและอย่าคิดดอกสูงจนโหดแบบนี้   ในขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบพบว่าการปล่อยกู้ตามสื่อโซเซียลมีจำนวนมาก จะมาลักษณะแบบกู้ง่ายแต่ไม่เปิดเผยดอกเบี้ยแต่อย่างไรทำให้มีหลายคนเข้าไปกู้และเป็นหนี้จนเจอปัญหาแบบนี้จำนวนมาก