สัญญาณแล้งมาเร็ว แม่น้ำยมแห้งขอดต่อเนื่อง ขณะชลประทานเตือนชาวนาทำนารอบใหม่เสี่ยงเสียหาย

121

 

แม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดพิษณุโลก แห้งขอดหลายจุดเห็นเนินทรายขาว เป็นช่วงๆ ขณะที่ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เตือนชาวนาทำนารอบใหม่เสี่ยงต่อขาดน้ำเสียหาย พร้อมขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าประมาณ 200 โรง ในเขตพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ พิษณุโลก  ให้งดการสูบน้ำจากแม่น้ำเพื่อใช้ทางการเกษตร

 

วันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เริ่มส่งสัญญาณโดยที่บริเวณแม่น้ำยม ที่ไหลจาก จ.สุโขทัย พิษณุโลก ไปสู่ จ.พิจิตร บริเวณพื้นที่หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก พบว่า แม่น้ำยมแห้งขอดเห็นยาวเป็นช่วงๆ จนเห็นเนินทรายขาวโพลนระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งจะมีบางจุด ที่ยังเหลือน้ำอยู่เป็นแอ่งๆ โดยมีชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมตลิ่ง นำเรือมาลงข่ายหาปลานำไปประกอบอาหารเพราะดีกว่าปล่อยให้น้ำแห้งหายไปโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยนอกจากนี้ยังพอดึงน้ำ ขึ้นไปรดผักที่ปลูกไว้ริมแม่น้ำยมอีกด้วย

 

โดยชาวบ้านหลายราย ต่างกล่าวว่า ปีที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาเดียวกันแม่น้ำยมสายเก่าแห่งนี้จะมีน้ำมากพอเพื่อใช้ในการเกษตร แต่ปีนี้แล้งมาไวกว่าปกติทำให้น้ำลดลงและแห้งเหือดมาเป็นเวลานับเดือนแล้ว

ขณะที่นายชำนาญ   ชูเที่ยง   ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวว่า จากปริมาณฝนสะสมของ จ.พิษณุโลกที่เคยตกปีละประมาณ 1,314 มิลิเมตร  แต่ปีนี้มีฝนตกเฉลี่ยเพียง 900  มิลิเมตร หรือต่ำกว่าเกณฑ์ถึง 30% ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง 2 ปีตั้งแต่ปลายปี 2562  ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรใน อ.บางระกำ และพรหมพิราม ที่มีปริมาณฝนต่ำกว่าเกณฑ์ถึง 40%  นับเป็นเรื่องที่น่าวิตกมาก เพราะทั้ง 2 อำเภอมีการปลูกข้าวกว่าแสนไร่ ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ ที่รับน้ำจาก อ.นครไทย มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียง 30%  ซึ่งต่ำกว่าน้ำใช้การด้วย

จากเหตุปัจจัยนี้เองกรมชลประทานคาดว่า ในปีนี้ภัยแล้งจะมาเร็วกว่าปีปกติ  1 เดือน จึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรที่จะปลูกข้าวรอบใหม่หลังจากต้นเดือนมีนาคมไปแล้ว มีความเสี่ยงที่จะเสียหายทั้งหมด เนื่องจากปีนี้กรมชลประทานจะไม่ส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร เพราะต้องสำรองน้ำไว้จนกว่าจะถึงฤดูฝน โดยเฉพาะต้องขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าประมาณ 200 โรง ตั้งแต่ จ.อุตรดิตถ์ จนถึงนครสวรรค์ ให้งดการสูบน้ำจากแม่น้ำเพื่อใช้ทางการเกษตร

////////////