กะบะพุ่งชนท้ายรถพ่วงดับ 1

361

หนุ่มใหญ่ข้าราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำขับกระบะกลับจากงานศพ พุ่งชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อ ถูกอัดก็อปปี้เสียชีวิตคาที่


เมื่อเวลา 22.30 น.ของวันที่ 23 ธ.ค. ร.ต.อ. นพดล ไม้งาม ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนกับท้ายรถพ่วง 22 ล้อ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ที่บริเวณหน้าปั้มน้ำมันเอสโซ่ ถนนสายพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ฝั่งขาเข้าเมือง หมู่ 1 ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ในที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ตัวแม่ หมายเลขทะเบียน 80-6570 อำนาญเจริญ ตัวลูก 84-9444 ขอนแก่น ถูกรถยนต์ กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต 2 ประตู สีเลือดหมู ทะเบียน ผก 4970 พิษณุโลก พุ่งชนท้ายจนด้านหน้าพังยับเยินและมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน ทราบชื่อต่อมา คือ นายอัศวิน สินตั้ง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 528/7 หมู่ 8 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทำงานรับราชการ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 ตำแหน่งนายช่างฝีมือสนาม ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำเครื่องตัดถ่างนำร่างของนายอัศวินออกมาจากตัวรถได้ ส่วนคนขับรถพ่วง 22 ล้อ ทราบชื่อ คือ นายขรจศักดิ์ ทองศรี อายุ 27 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดย นายขจรศักดิ์ คันขับรถพ่วง 22 ล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้แวะเติมน้ำมันจากปั้มตรงจุดเกิดเหตุ จากนั้นก็จะกำลังเลี้ยวยูเทิร์นกลับรถจนตั้งลำแล้วเพื่อมุ่งหน้าไป อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ แต่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูงจึงไม่สามารถเบรครถได้ทันจึงพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น เมื่อตนตั้งสติได้จึงรีบลงจากรถมาดูก็พบว่าเสียชีวิตคาที่แล้ว ก่อนโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบในที่สุด


จากการสอบถาม ร.ต.อ.คเชนทร์ สินตั้ง ญาติของผู้เสียชีวิต ทราบว่า นายอัศวิน มีอาชีพรับราชการอยู่ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ก่อนเกิดเหตุพวกตนได้ขับรถไปงานศพ แต่ขับไปคนละคัน และออกจากงานศพมุ่งหน้าจะกลับบ้านพักซึ่งตนขับตามหลังมาห่างๆ จนกระทั่งมาพบว่ามีอุบัติเหตุอยู่ข้างทางจึงจอดลงไปดู ก็พบว่าเป็นนายอัศวินซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชาย ซึ่งตนเองตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายรถพ่วงดังกล่าวจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับจะได้นำร่างของผู้เสียชีวิตไปทำการชันสูตรที่นิติเวช รพ.พุทธชินราช ก่อนให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.
///////////////