ผงะพบศพฝังดินกลางไร่มันสำปะหลัง

40

ชาวบ้านผงะพากันมาขุดมันสำปะหลังกลับพบโครงกระดูกมนุษย์กลางไร่ รีบโร่แจ้งตำรวจคาดอาจถูกฆาตกรรมอำพราง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ร.ต.อ.สุรพงศ์ เหมือนศรีชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์กลางไร่มันสำปะหลัง พื้นที่ หมู่ 11 บ้านร้องหวายฝาด ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชารับทราบ แล้วรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช  วงศ์สง่า ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.สุทัศน์ มณสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กำลังตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุเป็นไร่มันสำปะหลังพื้นที่กว่า 10 ไร่ ห่างไกลบ้านเรือนประชาชน พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังจับกลุ่มยืนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุ ก่อนเข้าไปตรวจสอบพบโครงกระดูกมนุษย์ถูกฝังไว้ในท้องร่องปลูกมันสำปะหลัง โดยมีชิ้นส่วนกระดูกท่อนขาโผล่ออกมา จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันใช้จอบและเสียมค่อยๆ ขุด เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาทำการชันสูตรพลิกศพ จนมีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ลักษณะผู้เสียชีวิตสวมเสื้อคลุมลายพรางทหาร คลุมทับเสื้อไหมพรมสีแดง นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ มีกระเป๋าย่ามข้างในบรรจุยาเส้น ไฟแช็ค และยารักษาโรคจำนวนหนึ่ง และพระเครื่อง 1 องค์ ที่คอสวมสร้อยประคำ 1 เส้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าเป็นเพศชายอายุระหว่าง 40 – 50 ปี เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เนื้อเยื่อเริ่มเน่า หัวกะโหลกและชิ้นส่วนร่างกายอื่นๆ อยู่ครบ กระดูกท่อนขาขวาและกระดูกปลายแขนขวาถูกดามด้วยเหล็กเอาไว้ ซึ่งน่าจะเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน ส่วนขากรรไกรหักยังไม่ทราบว่าถูกทำร้ายร่างกายมาก่อนหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องส่งศพไปที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ทำการตรวจเก็บหาดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตเพื่อใช้ยืนยันว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน และถูกฆาตกรรมอำพรางจริงหรือไม่

จากการสอบสวน นางลำเพย  ลีปลา อายุ 49 ปี ผู้พบศพคนแรก ให้การว่า วันนี้ตนเองพร้อมกับพรรคพวก ได้เดินทางมารับจ้างตัดต้นมันสำปะหลัง กระทั่งระหว่างที่ตัดต้นมันสำปะหลังอยู่นั้น ไปสังเกตเห็นว่าในท้องร่องมีชิ้นส่วนกระดูก ตอนแรกคิดว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของสุนัข จึงใช้มีดเขี่ยดูก็พบว่าเป็นกระดูกขนาดใหญ่และมีเศษเหล็กดามเอาไว้ ด้วยความตกใจคิดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกของมนุษย์จึงรีบไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบเรื่อง ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมมาจากที่อื่น แล้วนำร่างมาฝังไว้ในไร่มันสำปะหลังเพื่ออำพรางศพก็เป็นได้

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ พบว่ายังไม่มีใครแจ้งความคนหายเอาไว้แต่อย่างใด และคาดว่าโครงกระดูกที่พบไม่ใช่คนในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุที่พบนั้น คือ ผู้ตายสวมใส่กางเกงขาสั้นที่เป็นกางเกงคล้ายกันกับที่นักโทษชายในเรือนจำสวมใส่ ซึ่งเรียกกันว่ากางเกงจับหมู ปักชื่อว่า “เหล็กไฟ” แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุให้แน่ชัดได้ว่าจะเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.