รวบคาผ้าเหลือง ADMIN จัดสวิงกิ้ง หารายได้จากการขายคลิป

67

พ่อใจสลายเห็นคลิปอนาจารลูกสาว ว่อนโซเซียล พาลูกสาวเข้าขอความช่วยเหลือพัฒนาสังคมจังหวัดพิจิตร-พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนออกหมายจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้คาผ้าเหลืองขณะหนีไปบวชเป็นพระในวัดจังหวัดพิจิตรได้เพียง 3 วัน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ตุลาคม 2563 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.พยู ธนะศรีสืบวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 /พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตร/พิษณุโลก ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม ADMIN จัดสวิงกิ้ง หารายได้จากการขายคลิปในโลกออนไลน์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ได้มี พ่อของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงาน สอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ว่าบุตรสาวได้ถูกนายณัฐภัทร จารุฤกษ์(เอ็ม) อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ม.1 ต.วังสำโรง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ผู้ต้องหา ได้ข่มขืนใจ กักขังหน่วงเหนียว ทำร้ายร่างกาย และพา น.ส.เอ ไปให้ผู้อื่นกระทำชำเรา ในลักษณะกลุ่ม (สวิงกิ้ง) โดยนายเอ็มฯได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวขณะที่ นส.เอ ถูกกระทำชำเราไว้จากนั้นได้นำภาพและภาพเคลื่อนไหวไปเผยแพร่และโฆษณาในแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์/ไลน์ เพื่อหารายได้ ที่นายเอ็มฯได้จัดตั้งขึ้น โดยเชิญชวนให้บุคคลที่สนใจ(ลูกค้า)จ่ายเงินจำนวน 600 บาท เพื่อเป็นค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม และสามารถเข้าไปชมภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่นายเอ็มฯได้บันทึกขณะที่ นส.เอ ถูกกระทำชำเราไว้ อีกทั้ง นายเอ็มฯได้พา น.ส.เอ ไปให้ผู้อื่นกระทำชำเรา ในลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้งต่างท้องที่ ทั้ง จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ และ จ.พิษณุโลก ทำให้ น ส.เอได้รับความเสียหาย

เนื่องจาก กรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชนและเป็นการนำสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นอย่างมาก ทางศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 6 จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีอำนาจหน้าที่สืบสวน ปราบปราม จับกุม ผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต และชุดปฏิบัติงานศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ภาค ๖ ชุดปฏิบัติการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้ร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนขออนุมัติ หมายจับจากศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ จ.๒๔๘/๒๕๖๓ ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิด “เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อลวงไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม”และเป็นความผิดฐาน “ผลิตมีไว้หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร เพื่อการค้า และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” จึงได้ทำการสืบสวนจับกุม นายเอ็มฯ (นามสมมุติ)ผู้ต้องหา ได้ที่ จ.พิจิตร และขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพิจิตร ที่ ค.ดด๗/๕๖๓ ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2563 ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในการกระทำความผิด ตาม พระราชบัญญัติค้ามนุษย์

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้เปิดเผยว่าจากการตรวจค้น ได้ทำการตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่องเพื่อส่งตรวจพิสูจน์การกระทำความผิดต่อไป จากพฤติการณ์การกระทำผิดของนายเอ็ม (นามสมมุติ ) ผู้ต้องหา จะเห็นได้ว่านอกจากความผิดที่ปรากฏตามหมายจับ แล้ว จะเห็นได้ว่ามีการกระทำที่เป็นธุระจัดหา จัดให้มีการค้าประเวณีจากการสวิงกิ้ง และเป็นผู้ถ่ายภาพผลิตสื่อลามกด้วยตนเอง โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์รายได้ จากการนำภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง กลุ่มไลน์ ที่จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งเป็นฐานความผิด “ค้ามนุษย์”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้บอกต่อว่าพฤติกรรมของ นายเอ็ม ผู้ต้องหานั้น ได้ใช้วิธีการคบหาเป็นแฟนกับผู้เสียหายก่อน โดยคบกันได้ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นได้ตั้งกล้องแอบถ่ายขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย จากนั้นได้นำคลิปตัวนั้นมาข่มขู่ บังคับ ขืนใจ ให้ตัวผู้เสียหายต้องยอมไปมีเพศสัมพันธ์แบบสวิงกิ้ง ใน 3 จังหวัด คือ พิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก รวมทั้งยังมีการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอีกด้วย

จึงฝากสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ ให้ทราบโดยทั่วกัน ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีการสร้างกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นไลน์ ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ค มาเพื่อหารายได้จากการเผยแพร่สื่อลามกเป็นจำนวนมาก ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก และหากมีผู้เสียหายในลักษณะดังกล่าวขอให้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที โดยทางตำรวจจะทำการเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้เป็นความลับเพื่อป้องกันการเสียหายของตัวผู้เสียหาย เพื่อช่วยกันกำจัดขบวนการสื่อลามก อนาจารให้หมดสิ้น

/////////////////////////