ด้วงกวาง 5 เขา อัศวินนักสู้แห่งวสันตฤดู ออกมาให้ชม

32

มาให้ชมกันแล้ว อัศวินนักสู้แห่งวสันตฤดู ด้วงกวาง 5 เขา ที่สวยงามและปัจจุบันเริ่มหายาก แต่ยังคงมีให้เห็นเมื่อถึงฤดูบนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก เด็กๆชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะมานั่งล้อมวงกัน เพื่อดูด้วงกวาง หรือแมงกวาง 5 เขา ที่ช่วงนี้บนพื้นที่สูงอย่างภูหินร่องกล้าเป็นฤดูแห่งแมงกวาง ในทุกค่ำคืนที่ฟ้ามืดสนิท หากมีแสงไฟ แมงกวางเหล่านี้จะบินมาเกาะอยู่ทั่วไปบนพื้นที่ หรือแม้แต่ยามที่ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งเข้าป่าไปหาของป่า ก็จะพบได้บ่อยก็มักจะเก็บกลับมาฝากลูกหลานกัน เพราะสมัยนี้เริ่มหายากหากพบด้วงกวาง หรือแมงกวาง 5 เขาที่ไหน แสดงว่าในพื้นที่นั้นเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ปลอดจากสารเคมีนั่นเอง

ลุงจื้อ แซ่ลี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ได้บอกว่าด้วงกวาง 5 เขา เพศผู้จะตัวใหญ่ มีความยาวตั้งแต่เขาและตัวประมาณ 10 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลอ่อนๆ ตั้งแต่เขาเดือนกันยายนมานี้ตนจับได้ประมาณ 10 ตัว แต่จะจับมาเฉพาะตัวผู้ ส่วนตัวเมียก็จะปล่อยไป เพราะตัวเมียไม่มีเขา ไม่ค่อยสวย ตัวผู้จับมาได้ก็จะนำมาเลี้ยง โดยให้กล้วยสุกและอ้อยเป็นอาหาร ปัจจุบันแมงกวาง 5 เขา เริ่มหายาก จะอยู่ตามป่าสมบูรณ์ มีอากาศค่อนข้างเย็น แต่ปัจจุบันเริ่มหายาก เนื่องจาก ป่าเป็นป่าปลูก ใช้สารเคมีด้านการเกษตรมากขึ้น ทำให้แมลงต่างๆ ไม่เฉพาะด้วงกว่างเท่านั้นที่เริ่มหายาก สัตว์และพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ก็ไม่แตกต่างกัน แต่ยังคงพบเห็นได้บ่อยบนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้าแห่งนี้ เนื่องจากบนนี้จะมีอากาศเย็นสภาพป่าสมบูรณ์ ไร้สารเคมี หรือสารกำจัดศัตรูพืชต่างๆ

ลุงจื้อ แซ่ลี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ยังบอกต่ออีกว่าด้วงกวาง หรือแมงกวาง 5 เขาเป็นแมลงปีกแข็ง มี 6 ขา ตัวผู้มีเขายื่นไปข้างหน้าและโค้งเข้า ช่วงปลายเขาแยกเป็นสองแฉก ซึ่งมีเขา 2-3 เขา และที่หายากที่สุดคือ 5 เขา ทำหน้าที่เป็นอาวุธประจำตัวชิงความเป็นหนึ่งในการเลือกคู่ อันเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติ

หลังด้วงกว่างตัวผู้หาคู่ที่ถูกใจได้แล้วจะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 2–4 เดือน ตัวผู้จะเริ่มตาย ส่วนตัวเมียเริ่มลงพื้นดินเพื่อวางไข่ จากนั้นจึงค่อยๆฝังกลบตัวเองและตายในที่สุด

วัฏจักรของด้วงกว่าง ช่วงที่ยังเป็นไข่และวัยอ่อนใช้เวลาอยู่ในดิน 1-2 เดือน จึงเริ่มกลายเป็นตัวหนอนหรือตัวด้วงสีขาว ตัวโต มีความยาวประมาณ 5-6 ซม. กินเศษใบไม้ผุ ตอไม้ หรือต้นไม้ที่ผุเป็นอาหาร แล้วจึงเริ่มเข้าสู่การเป็นดักแด้อีก 1 ปี

หลังฝนตกลงมาทำให้ดินอ่อน ด้วงกว่างที่เจริญเติบโตเต็มที่จะดันดินออกมาสู่โลกภายนอก หาแหล่งอาหารใหม่ อาทิ ยางไม้ ผลไม้ ยอดพืชผัก ยอดหน่อไม้ ใบคราม ไม้มะกอก กล้วย และน้ำหวานจากอ้อย เมนูโปรดปรานเป็นพิเศษซึ่งคนที่เลี้ยงมีความเชื่อ หากเลี้ยงด้วยอ้อยด้วงกวางจะแข็งแรง ต่อสู้เก่ง และมีความอึด

ด้วงกว่างเป็นแมลงปีกแข็ง มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากแมลงปีกแข็งจำพวกอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คือ ตัวผู้จะมีขนาดใหญ่ และดูบึกบึน มีปีกที่พัฒนาเป็นเปลือกแข็ง 1 คู่ หุ้มลำตัวด้านบนที่นูนอยู่ เหมือนสวมชุดเกราะ มีสีดำคล้ำ หรือน้ำตาลเข้ม เงางาม มีอวัยวะบริเวณส่วนหัวที่งอกยาวออกมาคล้ายเขา อย่างน้อย 1 คู่ จะอยู่ด้านบนและด้านล่างของส่วนหัว ซึ่งที่พบยากที่สุดคือ กวาง 5 เขา ขณะที่ตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า และไม่มีเขา จะมีให้เห็นในช่วงเดือนกันยายน–พฤศจิกายน