สองโจ๋ขี่จักรยานยนต์พุ่งชนปิกอัพยูเทิร์นดับสยอง

4668

 

สองหนุ่มวัยโจ๋ขี่รถจยย.ออกมาซื้อของพุ่งชนกระบะเลี้ยวยูเทิร์นออกปั้มน้ำมันตายสยองคาที่ 2 ศพ

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.สมเกียรติ  บุญมีจิว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนกับรถกระบะและมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บนถนนเส้นพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ขาออกเมือง บริเวณหน้าปั้มน้ำเอสโซ่ หมู่ 1 ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลับรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุมีบรรดาไทยมุงยืนดูเหตุการณ์จำนวนมาก พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ แบบ 2 ประตู สีทอง ทะเบียน บษ 2185 พิษณุโลก สภาพประตูฝั่งคนขับยุบพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำแดง ทะเบียน 1 กณ 4708 กำแพงเพชร สภาพล้มคว่ำอยู่กลางถนนเสียหายพังยับเยิน และพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายเข้ม มีอำนาจ อายุ 20 ปี และ นายฟลุ๊ค ไม่ทราบนามสกุล ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ จ.ชัยภูมิ แต่ละรายสภาพศพมีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ที่ใบหน้า ลำคอ มีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง นอนจมกองเลือดอยู่ใกล้ๆ กัน กู้ภัยจึงเคลื่อนย้ายนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ส่วนคนขับรถกระบะคู่กรณี ทราบชื่อคือ นายธงชัย บัวเผื่อน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/3 หมู่ 3 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก หลังเกิดเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ ยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ตำรวจสอบสวน นายเทพฤทธิ์ มีอำนาจ อายุ 34 ปี พี่ชายของนายเข้ม ผู้เสียชีวิต ทราบว่า คนตายทั้งคู่ทำงานรับจ้างก่อสร้างใกล้เคียงกับ อบต.บ้านป่า พอเลิกงานได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาซื้อของเพื่อกลับไปกินที่พักคนงาน แต่ตนก็รออยู่ไม่เห็นมาสักทีจนขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามก็พบว่าน้องชายกับเพื่อนถูกรถระบะชนเสียชีวิตคาที่แล้ว เมื่อเห็นศพถึงกับเข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ขณะที่ นายนายธงชัย บัวเผื่อน คนขับกระบะ ให้การว่า หลังเลิกงานตนเองขับรถกระบะแวะมาเติมน้ำมันที่ปั้ม เมื่อเติมเสร็จได้ขับรถออกมาเพื่อเลี้ยวยูเทิร์นกลับรถ ไม่ได้สังเกตว่ามีรถจักรยานยนต์ขี่มาด้วยความเร็วสูงจนพุ่งชนเข้ากับรถของตนอย่างจังเสียงดังสนั่น เมื่อลงรถมาดูก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนศพจะมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป.