เพลิงไหม้ร้านสหราชาอิเล็กทรอนิค เสียหาย ขณะฝนตกหนัก

74

เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านจำหน่ายเครื่องเสียง กล้องวงจรปิด และจานดาวเทียม ใจกลางเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมน้ำกว่า 10 คันสกัดเพลิง ท่ามกลางฝนที่ตก เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหาย และส่าเหตุได้ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุไม่มีคนพักอาศัย

เมื่อเวลา  23.30 น.ของวันที่  5 ก.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อนุวัฒน์ วัฒนากรณ์การุณ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ร้านสหราชาอิเล็กทรอนิค 298/29 ถนนบรมไตรโลกนารถ ต.ในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก พิษณุโลก ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเสียง อุปกรณ์ไฟฟ้า กล้องวงจรปิด และจานดาวเทียม หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก และรถน้ำอีกกว่า  10 คัน

ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 คูหา เพลิงกำลังลุกไหม้และมีกลุ่มควันจำนวนมากภายในอาคาร  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องพยายามเปิดประตูเข้าไปในอาคาร เนื่องจากไฟฟ้ายังไม่ได้ตัด อาจเกิดไฟช็อตได้ อีกทั้งช่วงเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก  หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เปิดประตูได้ ก็ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง ซึ่งภายในอาคารพาณิชย์มีอุปกรณ์เครื่องเสียงได้รับความเสียหายทั้งหมด อีกทั้งยังพบว่ามีถังน้ำยาเติมความเย็น ที่อยู่ในตัวอาคารอีกประมาณ 5 ถัง ทางเจ้าหน้าที่ต้องคอยฉีดน้ำที่ถังก่อน เพื่อป้องกันระเบิดได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานเกือบ 1 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ท่ามกลางฝนตกลงมาอย่างหนัก

สอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ใกล้กัน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนยังไม่ได้นอนและได้กลิ่นควันออกมาจากตัวอาคาร จากนั้นก็ได้ยินเสียระเบิดภายในอาคาร  1 ครั้ง ตนจึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ด้านนายอรรถพล  อนุรักษ์ศักดิ์  อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่  59/2-4 ถ.บรมไตรโลกนารถ เจ้าของร้านสหราชา กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ที่ร้าน เมื่อมีเพื่อนบ้านโทรไปบอกว่ามีไฟไหม้ที่ร้านก็รีบมาดูทันที และพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ร้านจนได้รับความเสียหายแล้ว ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากไม่ทราบมีเครื่องเสียง กล้องวงจรปิด จานดาวเทียม และอุปกรณ์ อื่นๆอีกมากที่ถูกไฟไหม้ไป ส่วนสาเหตุก็ไม่ทราบเพราะหลังปิดร้านก็ไม่มีคนอยู่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

/////////////