รองนายกฯประวิตร ลุยตรวจขุดเจาะน้ำใต้ดิน แก้ไขปัญหาน้ำขาดแคลน

158

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ พร้อมคณะฯ  เดินทางมาตรวจการก่อสร้างเติมน้ำใต้ดิน หรือ ธนาคารน้ำ ใน อ.บางระกำ 500 บ่อ สร้างเสร็จแล้ว 300 บ่อ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเตรียมรับน้ำหลากที่ จังหวัดพิษณุโลก  ด้าน สส.เพื่อไทย เขต 2 จังหวัดพิษณุโลก ก้มกราบรองนายกฯขอให้ช่วยเรื่องน้ำแล้ง

เมื่อเวลา  09.00 น.ของวันนี้ (15 ก.ค.63 )   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ได้เดินทางมาปฏิบัติราชการติดตามสถานการณ์น้ำ และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  ตามโครงการเติมน้ำใต้ดิน เพื่อเร่งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ อ.บางระกำ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ตามนโยบายของรัฐบาล

โดยจุดแรก ได้เดินทางมาตรวจสอบโครงการเติมน้ำใต้ดิน แบบบ่อวงคอนกรีต ที่บริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุลา  อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก   หลังจากได้มีการเร่งพัฒนางานเติมน้ำใต้ดิน โดยมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นเจ้าภาพหลัก พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำ  แผนการพัฒนาบ่อน้ำบาดาล  และการเติมน้ำใต้ดินตามหลักเกณฑ์ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล   โดยเฉพาะท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ดำเนินการเก็บน้ำใต้ดินให้มากขึ้น

ซึ่งที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ได้สาธิตดำเนินการขุดบ่อเติมน้ำใต้ดิน  ถึงระดับชั้นทราย ลึก 8 เมตร จำนวน 3 บ่อ  ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ทั้งในจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร เกษตรกรที่อยู่นอกระบบชลประทานจะใช้บ่อบาดาลน้ำตื้น ที่มีระดับความลึก 8-10 เมตร เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตร ระดับน้ำใต้ดินระดับนี้อยู่ในชั้นทราย จะมีน้ำเติมลงสู่ชั้นใต้ดินตลอดทุกปี แต่ที่ผ่านมามักจะประสบปัญหา ระดับน้ำใต้ดินมีไม่เพียงพอ และระดับต่ำลงไปเรื่อย ๆ กระทั่งบ่อบาดาลประสบปัญหาน้ำตื้น เกษตรกรแทบใช้ไม่ได้ ต้องลงไปขุดบ่อและติดตั้งปั้มน้ำที่ก้นบ่อ บางครั้งก็จะพบว่ามีผู้ลงไปติดตั้งปั้มน้ำขาดอากาศหายใจเสียชีวิตก็มี

 

ดังนั้น รัฐบาล จึงมอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำใต้ดิน ดำเนินโครงการขุดบ่อเติมน้ำใต้ดิน  สำหรับบ่อบาดาลน้ำตื้นนำร่องพื้นที่ลุ่มใน อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยในปีงบประมาณ 2563  มีเป้าหมายขุดบ่อสำหรับเติมน้ำใต้ดิน 500 บ่อ กระจายอยู่ทุกตำบลของอำเภอบางระกำ ขณะนี้ดำเนินการขุดเสร็จแล้ว 300  บ่อ และยังคงเร่งดำเนินการขุดให้แล้วเสร็จในปี 2563 นี้ พร้อมกับจะมีบ่อที่ติดตั้งเครื่องบันทึกระดับน้ำ สำหรับติดตามตรวจสอบระดับน้ำใต้ดินอีก 50 บ่อ โดยเครื่องนี้จะทำการอัพเดทระดับน้ำทุกชั่วโมง และสามารถเรียกรายงานเก็บเป็นสถิติได้

หลักการทำงานของการเติมน้ำใต้ดิน ในการขุดบ่อ จะขุดบ่อลงลึกถึงระดับชั้นทราย ที่มีน้ำใต้ดินไหลซึมอยู่ มีความลึกโดยเฉลี่ย 8-10 เมตร  การขุดบ่อนั้นจะขุดเป็น 2 วง โดยบ่อวงในจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.20 เมตร โดยวงนี้จะปล่อยโล่งไว้สำหรับกักเก็บน้ำ ส่วนวงบ่อนอกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.20 เมตร โดยครอบวงบ่อในอยู่ สำหรับวงบ่อนอก จะบรรจุชั้นกรวด ชั้นทรายหยาบ ชั้นทรายละเอียด ส่วนในการรับน้ำนั้น จะรับน้ำจากน้ำฝน หรือ จุดที่น้ำท่วมถึง ที่ไหลลงมาสู่ที่ลุ่ม จุดที่ขุดบ่อสำหรับเติมน้ำใต้ดิน น้ำฝน จะค่อย ๆ ไหลซึมลงผ่านชั้นกรอง และจะไหลลงสู่ระดับน้ำใต้ดิน ซึ่งวิธีนี้ จะช่วยเพิ่มระดับน้ำใต้ดินได้เร็วกว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะระดับดินชั้นบน ส่วนใหญ่เป็นชั้นดินเหนียวที่ใช้ในการทำนา ทำให้การไหลซึมลงใต้ดินค่อนข้างช้า แต่ถ้าทำระบบบ่อเติมน้ำใต้ดิน น้ำจะไหลลงสู่ชั้นใต้ดินเร็วขึ้น ซึ่งการติดตามประเมินผลนั้น จะเช็คได้จากบ่อที่ทำการติดตั้งเครื่องบันทึกระดับน้ำอัตโนมัติ อีก 50 บ่อ ที่จะทำไว้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบางระกำเพื่อดูสถิติระดับน้ำชั้นใต้ดิน

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี   ได้กล่าวพี่น้องประชาชนตามว่าที่โครงการขุดบ่อเติมน้ำใต้ดิน  สำหรับบ่อบาดาลน้ำตื้นนำร่องพื้นที่ลุ่มใน อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยในปีงบประมาณ 2563  มีเป้าหมายขุดบ่อสำหรับเติมน้ำใต้ดิน 500 บ่อ กระจายอยู่ทุกตำบลของอำเภอบางระกำ ขณะนี้ดำเนินการขุดเสร็จแล้ว 300  บ่อ แล้ว ถือว่าเป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในใต้ดิน โดยอยากให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกักเก็บน้ำ หากมีฝนตกลงมาก็ให้เก็บไว้ ขณะที่เหลือก็สามารถเก็บไว้ใต้ดินได้ ซึ่งประชาชนไปขุดเจาะหรือ ดำเนินการเองได้ เพียงแต่เพิ่มระมัดระวังในการทำบ่อน้ำใต้ดิน อย่าให้ลึกเกินไป เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนเมื่อขาดแคลนน้ำแล้ว จะต้องมารวมตัวกันขอน้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่การแก้ไขปัญหา

หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรี ให้กับสัมภาษณ์ กับสื่อมวลชน ว่าขอความให้ประชาชนได้ตระหนักของการใช้น้ำอย่างมีคุณค่า ซึ่งการกักเก็บน้ำไว้ใช้นั้นก็ถือว่าเป็นธนาคารน้ำใต้ดิน ยามฤดูแล้ง ก็สามารถสูบมาใช้ทางการเกษตร ได้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า การผันน้ำจากเขื่อนมาสู่ภาคกลาง ที่กำลังเดือดร้อนในขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้กรมชลประทาน ให้ผันน้ำจากสุพรรณบุรี ไปอ่างทอง เพื่อช่วยแก้ไขหาเป็นการเบื้องต้น

 

นอกจากนี้  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะ ยังได้เดินทางมาติดตามในจุดที่ 2  ตรวจการทำงานของโครงการท่อระบายน้ำคลองแยงมุม  หมู่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังพิษณุโลก   ซึ่งท่อระบายน้ำคลองแยงมุมนี้  จะรับน้ำจากคลองเมม  จนถึง คลองบางแก้ว ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อมาจากจุด YN-1 ที่รับน้ำมาจากแม่น้ำน่าน บริเวณเหนือเขื่อนนเรศวร  จะเชื่อมโยงไปยังคลองหลายสาย ในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ    ตามโครงการบางระกำโมเดล  โดยท่อระบายน้ำคลองแยงมุมนี้    สามารถระบายน้ำเข้าและออกจาก  แก้มลิงทุ่งครุก็ได้  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทั้งช่วงน้ำหลาก และภัยแล้ง  หากประสบภัยแล้งก็จะส่งน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้เพื่อทำการเพาะปลูกข้าว และพืชอื่น ๆ  และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำทั้งเข้าและออก ได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ดร.ทองเปลว  กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานได้ให้ข้อมูลต่อ รองนายกรัฐมนตรีอย่างละเอียด และจากนั้นได้พบปะกับผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ แล้วร่วมปล่อยปลา ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ขณะที่ระหว่างรองนายกรัฐมนตรี กำลังจะถ่ายภาพกับผู้นำท้องถิ่นบนเวที นั้น ได้มีนายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก ส.ส.เขต 2 อำเภอพรหมพิราม พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางที่นั่งฟังหน้าเวที ไปยืนและก้มลงกราบ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  เพื่อพูดถึงปัญหาการปล่อยน้ำทางการเกษตรจับใจความว่า น้ำที่อำเภอพรหมพิรามไม่มี หากไปดูอีกฝั่งตรงข้ามกับแม่น้ำ และบอกว่า กราบขอความช่วยเหลือจากท่าน จากนั้น ก็ เตรียมคุกเข่าก้มลงกราบอีกครั้ง แต่ทหารติดตามได้ห้ามไว้และพาตัวออกไปข้างนอก

หลังจากนั้นนายนพพล  ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า ทุ่งนาสีเขียวนี้มันไม่ใช่ ท่านลองลงไปฝั่งตรงข้ามซิครับ ไม่มีใครเพาะปลูกเลย เนื่องจากไม่มีน้ำ แถวหมู่ 1 ต.ท่าช้าง เหตุที่ต้องก้มกราบ ก็เพราะ เป็นตัวแทนของชาวบ้าน อยากให้ท่านเมตตาช่วยชาวบ้านด้วย เรื่องที่ท่านฯบอกว่า น้ำอุดมสมบูรณ์ มันไม่ใช่ ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า ความเป็นจริงเป็นอย่างไร  ในพื้นที่ ชาวนาเพิ่งทำนากันเอง บางพื้นที่ก็ยังปลูกไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำ เราต้องหว่านข้าว ตามดินแห้งๆ แล้วก็รอพระพิรุณ อย่างเดียว หลังบ้านผม ดินยังปลูกไม่ได้เลย ถามว่า ทำไมต้องกราบท่านประวิตร  นายนพพลก็บอกว่า เราคนไทย ครับ