รถไฟขบวน 201 กรุงเทพ-พิษณุโลก สับรางกระทันหันตกราง

60

เกิดอุบัติเหตุรถไฟธรรมดาขบวนที่ 201 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก เสียหลักตกรางขณะกำลังเข้าสถานีรถไฟบ้านใหม่ ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นรอขบวนรถยกเดินทางจากสถานีศิลาอาสน์ คาดจะสามารถเก็บกู้โบกี้ แล้วเดินรถไฟได้ปกติในวันพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ร.ต.อ.สุวรรณ กูกขุนทด  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวังน้ำคู้  อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถไฟธรรมดาขบวนที่ 201 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก เสียหลักตกรางขณะกำลังเข้าสถานีรถไฟบ้านใหม่ ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งขบวนดังกล่าวมีกำหนดถึงสถานีรถไฟพิษณุโลก 17.55 น. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน

ในที่เกิดเหตุบริเวณก่อนเข้าสถานีรถไฟบ้านใหม่ พบรถไฟธรรมดาขบวนที่ 201 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก มีทั้งหมด 7 โบกี้ พบหัวขบวนรถจักรพลิกตกรางตะแคงอยู่ และมีโบกี้อีก 3 โบกี้หลุดออกจากราง ส่วนอีก 4 โบกี้ซึ่งเป็นโบกี้ผู้โดยสารยังคงอยู่ในราง

นางสาวสิรินุช ต่ายจันทร์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ซ.หนุมาน11 ต.ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิษณุโลก เป็น 1 ในผู้โดยสารรถไฟขบวนดังกล่าวได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนได้ขึ้นรถไฟมากจากตะพานหิน จ.พิจิตร ช่วงเวลาประมาณ 16.40 น. โดยนั่งอยู่ตู้กลางขบวนโบกี้ที่ 3  เมื่อรถกำลังเข้าสถานีบ้านใหม่ ได้ยินเสียงเบรกดังสนุ่น แล้วรู้สึกถึงแรงเบรกและกระแทก จากนั้นได้ชะโงกดูก็พบว่ามีฝุ่นคละคลุ้ง เห็นผู้โดยสารรายอื่นวิ่งกันลงจากขบวนรถตนก็รีบตามลงมา ก็เห็นรถไฟนั้นตกรางพลิกตะแคงอยู่ จึงรีบโทรหาน้องสาวที่อยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกให้เดินทางมารับแทน

ด้านนายสำเริง สลุงอยู่ พนักงานรักษารถ ได้เล่าให้ฟังว่า รถไฟคันดังกล่าวเป็นขบวนธรรมดา ที่ 201 เดินทางจากกรุงเทพ เวลา 09.25 ปลายทางสถานีรถไฟพิษณุโลก มีกำหนดถึงพิษณุโลก เวลา 17.55 น.ขณะที่เกิดเหตุตนนั่งอยู่โบกี้ที่ 1 สำหรับขนสัมภาระได้ยินเสียงดังตึงๆๆๆ จากประสบการณ์ทำให้รู้ว่าเกิดเหตุรถไฟตกรางแน่ จึงรีบหาที่ยึดเหนียวเมื่อเสียงเงียบรถก็เห็นฝุ่นคละคลุ้ง จึงได้ออกมาดูพบว่ารถตกรางไป 4 โบกี้ จากทั้งหมด 7 โบกี้ จึงรีบเดินเช็คผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด รวมทั้งพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องที่อยู่หัวรถจักรด้วย เพราะขบวนรถไฟอยู่ในระหว่างชะลอความเร็วเพื่อเข้าสถานีบ้านใหม่

จึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารนำสัมภาระลงจากรถไปรอที่สถานีรถไฟบ้านใหม่ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบความเสียหายของขบวนรถ ในส่วนผู้โดยสารรายอื่นหลังเกิดอุบัติเหตุก็ได้ทยอยเดินทางลงรถไฟไปเข้าไปสถานีบ้านใหม่เพื่อเดินทางต่อ

ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลทำให้รถไฟทุกขบวนไม่สามารถเดินรถ ขึ้น-ล่อง สายเหนือได้เป็นการชั่วคราว ส่วนผู้โดยสารที่ตกค้างจากขบวนรถไฟจะทำการถ่ายโอนการเดินทางทางรถยนต์ หรือรถโดยสารแทน ซึ่งขณะนี้ต้องรอขบวนรถยกจากสถานีศิลาอาสน์ เดินทางมาทำการกู้ขบวนรถไฟ คาดว่าอย่างเร็วที่สุดน่าจะสามารถกู้ขบวนรถได้ภายในคืนเพื่อทำการตรวจสอบราง-ซ่อมแซมในวันพรุ่งนี้ หากเรียบร้อยแล้วจะทำการปล่อยเดิมรถไฟสายเหนือได้ตามปกติ