เกษตรกรยื่นหนังสือถึงรัฐบาลพักชำระหนี้ ธกส.ทั้งต้นและดอกเป็นเวลา 3 ปี

126

 

เกษตรกรชาวนาจ.พิษณุโลก บุกศาลากลางยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯถึงรัฐบาลขอให้พักชำระหนี้ ธกส.ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งภัยแล้งและโควิดเดือดร้อนหนัก แม้ ธกส.ช่วยหยุดพักต้นเป็นเวลา 1 ปีให้แล้ว แต่ยังบรรเทาความเดือดร้อนไม่ได้ เพราะขาดน้ำทำนาไม่ได้ ทำให้ต้องหากู้เงินมาโป๊ะดอก

เมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.63   ที่หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ขาดน้ำในการทำนาและผลผลิตขายไม่ได้ในช่วงโควิด-19  ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เดินทางมายื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และประธานสภาเกษตรพิษณุโลก นำโดย กำนันสมยงค์  จ้อยทอง กำนันตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางระกำ  มีมวลชนเป็นตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเกษตรกรชาวนามาร่วมจำนวน 130 คน เนื่องจากรับความเดือดร้อนต้องส่งดอกเบี้ยให้กับ ธกส.จำนวน 4 งวด ต่อปี แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจาก ธกส.ในการหยุดชำระเงินต้น 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการบรรเทาความเดือดร้อน   เพื่อให้ รัฐบาล พักชำระหนี้ ธกส.ทั้งต้นทั้งดอก เป็นเวลา 3 ปี  โดยมีนายไพบูลย์  ณะบุตรจอม    รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนรับหนังสือ ร้อยเอกอุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรพิษณุโลก รับหนังสือ จากกลุ่มเกษตรกร. ผู้แทนเกษตรกรพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก, นายสำอางค์  พึ่งสถิตย์ ผู้อำนวยการ ธกส.จังหวัดพิษณุโลก นายอธิปไตย  ไกรราช หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดพิษณุโลก  นายวรวงศ์  พงศ์บุตร  ป้องกันจังหวัดพิษณุโลก

นายสมยงค์  จ้อยทอง กำนันตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางระกำ  แจงว่า เนื่องด้วยชมรมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางระกำ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ว่าได้รับความเดือดร้อนในการชำระหนี้คืนให้กับสถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐและกองทุนในชุมชน ซึ่งไม่สามารถชำระคืนตามกำหนดระยะเวลาได้ เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำทำนาและ สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVD๑๙) มีผลทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งการประกอบอาชีพ เศรษฐกิจรายได้ และสภาพแวดล้อม การทำมาหากินต้องหยุดชะงัก ไม่มีรายได้ การเลิกจ้างงาน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ดังนั้น ชาวบ้าน เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และผู้ถูกเลิกจ้างงานของอำเภอบางระกำที่เป็นหนี้อยู่ในระบบฯ จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาล ได้กำหนดให้มีการพักชำระหนี้ทั้งเงินตันและ ดอกเบี้ย โดยไม่มีการกำหนดวงเงิน ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ดังนี้ 1. ให้มีการพักชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรทั้งระบบ โดยไม่จำกัดวงเงิน เป็นเวลา 3 ปี 2 ให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในระหว่างพักชำระหนี้ แทนเกษตรกรให้กับสถาบันการเงินที่เกษตรกรเป็นหนี้

ทั้งนี้นายสำอางค์  พึ่งสถิตย์ ผู้อำนวยการ ธกส.จังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวกับเกษตรกรว่า หลังจากตัวแทนภาครัฐได้รับเรื่องจากเกษตรกรแล้ว ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลกจะทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอต่อรัฐบาลให้ดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ในส่วนของประธานสภาเกษตร พิษณุโลกจะทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

นายเกษม  พรมแพ  อายุ 51ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 ม.6 บ้านปากพิงตะวันตก ต.งิ้วงาม อ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แม้ว่าธกส. จะช่วยหยุดการชำระเงินต้นเป็นเวลา 1 ปีให้แล้ว ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ดีมากแต่ยังไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้ เพราะดอกเบี้ยยังเดินอยู่ ใน 1 ปี เกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ธกส. ต้องหาเงินมาส่งดอกเบี้ยให้ธกส.ถึง 4 งวด ต้องใช้วิธีกู้เงินต้น เพื่อมาจ่ายดอกเบี้ย ทำให้เงินต้นที่ติดหนี้ธกส.ต้องเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะที่ปีนี้ พวกเราประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ชลประทานไม่มีน้ำส่งให้เกษตรกรทำนาได้ ข้าวทำไม่ได้ ชาวนาไม่มีรายได้เลย ต้องหาเงินมาเสียดอก จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลและธกส. ช่วยหยุดพักการชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้เกษตรกรเป็นระยะเวลา 3 ปี ชาวนาจะได้ไม่ต้องไปพะวงกับการหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ย

 

………………………….