ชาวสวนทุเรียนบ้านรักไทย เฮ โควิดไม่กระทบ ขายไม่หยุด

50

 

ชาวสวนทุเรียน บ้านรักไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก  สู้โควิดงัดกลยุทธขายจองแบบประกันราคาผลผลิตทางการเกษตร   ทำให้ขายทุเรียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งหน้าร้านและในสวน ขณะทุเรียนหลงรักไทย ที่ขึ้นชื่อ ลูกค้าสั่งจองข้ามปี 

วันนี้ ( 21 พ.ค.) นายสมพร เจริญวรรณยิ่ง อายุ 69 ปีเจ้าของสวนลุงพร อยู่บ้านเลขที่ 219/1 หมู่ 7 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปรางจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางมาที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2538 ถึง 2539 เพื่อหาพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากครอบครัว ของตน ทำการเกษตรอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ปลูกส้ม เขียวหวานบางมด โดยเข้ามาซื้อที่ดินที่อำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก เนื้อ จาก 10 ไร่ ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีเนื้อที่ กว่า 60 ไร่  โดยช่วงแรก ได้ทำการปลูก ลำไยส้มบางมด ส้มโชกุน ช่วงแรกราคาดีกิโลกรัมละ 50-70 บาท ผลผลิตออกมาก แต่พ่อค้าแม่ค้ารับซื้อน้อยลง พร้อมกับมีการกดราคาต่ำ จึงศึกษาหาวิธีปรับเปลี่ยนเพื่อลดต้นทุน หลังจากนั้นจึงได้ลงทุน ขุดดินที่หาแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่ เพื่อใช้ น้ำในการรดผลผลิตการเกษตรที่ปลูก  วางระบบท่อ ระบบปั๊มน้ำ เครื่องยนต์สูบน้ำขึ้นมา เปิดวาล์วน้ำรดน้ำได้พื้นที่กว้าง ประหยัดแรงงาน หากต้องมาเดินรดน้ำ พื้นที่กว่า 60 ไร่ คงไม่ทัน

หลังจากนั้นได้ทำการปรับเปลี่ยน ลงพืชผลการเกษตรไว้หลายอย่างทั้ง มะนาว กล้วย ชมพู่  ฝรั่ง มะละกอ ทุเรียน ลิ้นจี่ เป็นพื้นที่การเกษตรแบบผสมผสาน พร้อมกันนี้ ได้ปรับพื้นที่บริเวณข้างบ้าน จำนวน 10 ไร่ ทำการปลูกทุเรียนหมอนทอง ซึ่งปรากฏว่า ประสบความสำเร็จ เนื่องจากทางสวนมีการเตรียมต้นให้สารอาหารครบถ้วนเพื่อให้ต้นทุเรียนมีการสะสมอาหาร หลังจากอากาศหนาวเริ่มมา ก็จะมีวิธีการกระตุ้นให้ดอกออก ทุเรียนสร้างเนื้อช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนมักเกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอแต่สำหรับส่วนตนมีแหล่งน้ำที่เพียงพอเนื่องจากขุดบ่อเก็บน้ำในพื้นที่สวนพร้อมใช้ระบบ วางสายน้ำเปิดให้น้ำตามเวลา อย่างเคร่งครัดเพื่อเร่งผลผลิตให้ออกก่อนฤดู ทำให้ขายได้ราคาดี ทุเรียน หมอนทองที่สวนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนเมษายน จนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับปีนี้ผลผลิต ขายไปแล้วจำนวน 8-9 ตัน เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองทั้งหมดยังคงเหลือในพื้นที่สวนอีกเพียง 1 ตันเท่านั้นคาดว่าสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้น่าจะหมดแล้ว

นายสมพร ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตนได้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ใหม่จำนวน 50 ไร่ โดยลงทุเรียน 11-12 สายพันธุ์  (ทุเรียนเมืองนน  กรีบสมุทร  ทุเรียนพันธุ์โบราณ  ทุเรียนนวลทองจัน  ทุเรียนอินโดนีเชีย ฯลฯในจำนวนนี้มีทุเรียนสายพันธุ์มูซันคิง จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งทุเรียนพันธ์นี้ ถือว่าเป็นทุเรียนคุณภาพดี สีเหลืองสวยแบบขมิ้น  เนื้อเยอะ เนื้อละเอียดเนื้อไม่เละ และจะต้องเก็บเกี่ยวเฉพาะช่วงที่แก่จัดเท่านั้น เก็บผลอ่อนไม่ได้  ซึ่งในมาเลเซียขายอยู่ที่ 300-500 บาทต่อกิโลกรัม

ผลกระทบจากโควิดที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกษตรกรหลายรายประสบปัญหาผลผลิต ไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้นั้น ลุงสมพรบอกว่าสวนของตนไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด  โดยช่วงแรกๆตนเองก็รู้สึกหวั่นวิตกเรื่องนักท่องเที่ยว ไม่สามารถมาเที่ยวสวนและซื้อขายผลผลิตอย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา เพราะกลัวโควิด จึงปรับแผน ขายแบบประกันความเสี่ยงไปก่อนกว่าครึ่งหลังสวน จากนั้นก็มีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงสวนทุเรียนก็เกือบหมดแล้ว

ได้ปลูกมาแล้วเกือบ 2 ปี ในช่วงที่รอผลผลิตได้มีการปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ แสงสว่าง ต้นทุเรียน ใช้เวลา 8 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ จำหน่ายให้พ่อค้าแม่ค้าพึ่งมารับถึงสวนในราคากิโลกรัมละ 12 ถึง 13 บาทด้วยพ่อค้าแม่ค้าจะมาเด็ดมะละกอเก็บหอยเอง ซึ่งสวนไม่ต้องทำอะไรซึ่งราคาที่ได้ถือว่าเป็นราคาที่ดีมาก ซึ่งของแรกปลูก 800-900 ต้น เก็บผลผลิต อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3-4 ตัน ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีกว่า ผลไม้ ชนิดอื่น โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม  มะละกอ จะขายได้ราคาแพง เป็นผลดีกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ระหว่างรอผลผลิตจากทุเรียนที่ปลูกไว้

สำหรับสวนลุงสมพร เป็นส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและศึกษาการทำสวนเนื่องจากสวนลุงสมพรเป็นส่วนต้นแบบทางการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกทุเรียนในพื้นที่บ้านรักไทย

สำหรับราคาทุเรียน ที่ชาวสวนทุเรียน บ้านรักไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยหมอนทอง / ก้านยาว  / พวงมณี ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ส่วนหลงรักไทย ราคากิโลกรัมละ 200-300 บาท ซึ่งหลงรักไทย นั้นส่วนใหญ่ลูกค้ามาจับจอง หรือ ขายข้ามปีทีเดียว

///////////