ผลตรวจสาวเมืองสองแคว วัย43 ปียืนยันเป็นโควิด รายแรกของพิษณุโลก

54

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกแถลงข่าวพบผู้ป่วยโควิด 19 เป็นหญิง วัย43  ปี 1 ราย ติดจากไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านนานา กรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา  ขณะนี้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลพุทธชินราช

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันนี้ 25 มี.ค.63 ที่ ห้องประชุมบุณยวงศ์ ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุข จ.พล.คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.พล. นำโดย  นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก พร้อมด้วย  น.พ.ปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก  น.พ.รัฐภูมิ ชามพูนท รองสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก  นพ.สุชาติ พรเจริญพงษ์ ผอ.รพ.พุทธชินราช  และ นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์  ผอ.รพ.พิษณุเวช พล.  แถลงข่าวพบผู้ป่วยโควิด 19 รายแรกของจังหวัดพิษณุโลก  ซึ่งผู้ป่วยหญิงไทย ชาวอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก อายุ 43 ปี โดยทามน์ไลน์ ด้วยการเดินทางไป กรุงเทพฯวันที่ 7-9 มีนาคม 63   คืนวันที่ 7 มีนาคม ไปเที่ยวผับในซอยนานาตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 4 วันที่ 8 มีนาคม ไปท้องฟ้าจำลอง  วันที่ 9 มีนาคม เดินทางกลับจังหวัดพิษณุโลก (โดยเครื่องบิน)  วันที่ 11 มีนาคมเดินทางไปจังหวัดน่าน (โดยรถยนต์ส่วนตัว)และเริ่มมีอาการไข้  วันที่ 12 มีนาคม เดินทางกลับจังหวัดพิษณุโลก(โดยรถยนต์ส่วนตัว) วันที่ 13 – 17 มีนาคม เทรนการออกกำลังกายให้ลูกค้าในฟิตเนส (กลุ่มลูกค้าเฉพาะ 2-3 คน) วันที่ 16 มีนาคม ไปตรวจที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ด้วยอาการไข้ 37.8 องศาเซลเซียสและหายใจไม่เต็มปอด วันที่ 18 มีนาคมเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนด้วยอาการไข้ 38.9 องศาเซลเซียส ไอและหายใจไม่เต็มปอด วันที่ 20 มีนาคม 2563 แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ผู้ป่วย ขอตรวจโควิด  วันที่ 24 มีนาคม ทราบผลการตรวจเป็นบวกจึงเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ขณะนี้ผู้ป่วยได้เข้าพักรักษาตัวในห้องแยกที่ทางโรงพยาบาลพุทธชินราชจัดเตรียมไว้โดยการดูแลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด้วยชุดอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ปัจจุบันผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงและได้รับยาต้านไวรัสตามมาตรฐานการรักษา

ด้าน นายพิพัฒน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ แต่จากนี้มาตรการจะเข้มค้นเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะช่วยได้คือความร่วมมือของภาคประชาชนจะช่วยให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดมาก โดยอาจจะมีมาตรการล็อคดาวน์พิษณุโลก สำหรับสถานการณ์ของพิษณุโลก ตอนนี้มีผู้ป่วยสังเกตอาการ 84 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ 78 ราย รอผล 5 ราย พบเชื้อ 1 ราย ซึ่งเป็นที่จังหวัดที่  48 ของประเทศที่มีการพบเชื้อ  จึงขอเน้นย้ำอยู่บ้าน  หยุดเชื้อเพื่อชาติ พร้อมสวมหน้ากากผ้าทุกครั้ง

ด้าน นพ.สุชาติ พรเจริญพงษ์ ผอ.รพ.พุทธชินราช กล่าวว่า  หลังจากโรงพยาบาลพุทธชินราชรับตัวผู้ป่วย เบื้องต้นคือการสั่งแอดมิดไปหอผู้ป่วยที่แยกห้องพิเศษ ไม่ปะปนกับผู้ป่วยทั่วไป ทีมแพทย์พยาบาลที่ดูแลใส่ชุดป้องกันอย่างเต็มที่ ในส่วนของอาการพบว่าไม่รุนแรงมากนัก ทางทีมแพทย์ได้ให้ยาต่อต้านไวรัสตามมาตรฐานของการรักษาตามอาการ และจะสั่งแอดมิดไปจนกว่าผลตรวจจะเป็นลบ

ในส่วนของ นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ผอ.รพ.พิษณุเวช พิษณุโลก กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายนี้ เป็นหญิง อายุประมาณ 43 ปี พักอาศัยใน อ.เมือง หลักจากตรวจพบเชื้อ โควิด-19 ก็ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ในส่วนของมาตรการของทางโรงพยาบาล พิษณุเวช พิษณุโลก ตอนนี้คือได้นำกล้องวงจรปิด CCTV ที่ติดตั้งไว้มาเปิดดูว่าตั้งแต่ที่วันที่รับผู้ป่วยรายนี้เข้ามารักษา ใครที่มีโอกาสได้สัมผัสผู้ป่วยรายนี้ แล้วแยกเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำออกมา ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงก็ได้แยกออกมาทำการกักตัวตามมาตรการไว้แล้ว ในส่วนของห้องพักทางโรงพยาบาล นั้นเป็นห้องพิเศษแยกอยู่แล้วและคนไข้หญิงรายนี้ก็ไม่ได้ออกนอกห้องพัก ไม่ได้ไปไหนเลย และตอนนี้ห้องพักนั้นเราก็ได้ทำการฆ่าเชื้อทุกอย่างตามมาตรการของทางโรงพยาบาลอยู่แล้ว จากนี้ก็จะทำการปิดหวอดทำความสะอาด ฆ่าเชื้อทุกอย่าง เพื่อให้เกิดความมั่นใจของของผู้ที่จะเข้ามา โดยหลังจากนี้จะจัดทำ URI คลินิกคือการแยกจุดรับตัวผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดทุกคนออกมาทำการตรวจภายนอกที่เป็นสถานที่โปร่ง เพื่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวกอีกด้วย

ขณะที่  น.พ.ปิยะ ศิริลักษณ์ สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก   กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดและสาธารณะสุข ได้ทำมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ คนไข้รายนี้จากการสอบสวนโรคมั่นใจว่าสาเหตุมาจากเที่ยวสถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร จากนั้นเวลาที่ผ่าน 5-7 วัน มีอาการได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน แต่ขณะนั้นทางจังหวัดได้เฝ้าระวังคนจากต่างประเทศ แต่มีการรักษาอย่างระวัง จนรักษาไปพบว่าตรวจ ผลออก 20 มีนาคม เป็นบวก ขณะนี้รักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช  เมื่อทราบผลเป็นบวกทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่ ทุกแห่งอยู่ในการรับรู้และเฝ้าระวัง สำหรับขณะนี้พบว่าผู้มีความเสี่ยงสูง 9 ราย ความเสี่ยงต่ำ 32 ราย ซึ่งได้ติดตามตัวครบแล้ว

/////////