พิษณุโลก ถือฤกษ์เผาทำลาย”เสือโคร่ง”ของกลางมูลค่า 3 ล้านบาท ในวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

99


วันนี้ 9 มกราคม 2563 นายยุทธชัย ปัทมสนธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พิษณุโลก นายณรงค์ บ่วงรักษ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและจนท.สำนัก 11 ร่วมกันเผาทำลายซากเสือของกลาง ซึ่งจับกุมชาวเวียดนามและคนไทยอีก 1คนเป็นผู้ต้องหาร่วมกันค้าสัตว์ป่า ปัจจุบันคดีได้สิ้นสุดจึงได้เผาทำลายซากเสือโคร่งของกลาง บริเวณหลังสำนักงาน สบอ.11 ซึ่งถือว่า ตรงกับ”วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ”อีกด้วย พร้อมกันนี้ได้เชิญเด็กนักเรียนพิษณุโลกพิทยาคมมาร่วมงามชมการสาธิตและควบคุมสัตว์อันตราย อาทิ งู เป็นต้น และชมนิทรรศการตามแนวคิดอนุรักษ์สัตว์ป่า รักษาสมดุลโลก ตอบปัญหาชิงรางวัลต่างๆพร้อมดนตรี
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 ตุลาคม 61 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯจับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีผู้นำซากสัตว์ป่าขึ้นรถทัวร์จากแม่สอดมุ่งหน้าจ.มุกดาหาร ต่อมาตำรวจได้จับกุมได้ชาวเวียดนาม 1 คนได้ที่ศูนย์บชส.พิษณุโลกและขยายผลจับคนไทยอีก 1 คน นำเสือโคร่งมูลค่า 3 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าสูงสุดคือ กะโหลกเสือ ปัจจุบันคดีสิ้นสุด ผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนามถูกศาลตัดสินจำคุก 7 เดือน ส่วนคนไทยที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก คดีรอลงอาญา ต่อมากรมอุทยานฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่นอนุรักษ์ 11 จึงขอทำลายซากของกลาง
นายยุทธชัย ปัทมสนธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พิษณุโลก เปิดเผยว่า ปี 61 เป็นผอ.อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) ช่วงนั้นได้รับแจ้งว่า สภ.เมืองพิษณุโลก จับกุมชาวเวียดนาม ขนซากเสือโคร่ง(รมควัน)มาจากชายแดนไทยพม่า อ.อุ้มผาง ผ่าน อ.แม่สอด ขึ้นรถทัวร์ไป จ.มุกดาหาร แต่ถูกจับได้เสียก่อน คดีนี้ได้สิ้นสุดแล้ว ทำให้สำนัก 11 ขออนุมัติจากอธิบดีกรมอุทยานฯเผาทำลายซาก และวันนี้ได้เชิญนักเรียน ครูร่วมงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ให้รับรู้และตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติดำรงไว้ให้รุ่นหลังต่อไป
นายณรงค์ บ่วงรักษ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ปัญหาช้างป่าที่มักออกจากป่าธรรมชาติมาหากินอาหารตามพืชสวนไร่นา บางพื้นที่ชาวบ้านได้ปลูกอ้อยเท่ากับว่าเป็นสร้างอาหารให้กับช้างป่า ทำให้กรมอุทยานฯจะต้องไปสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในป่าเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหา ที่ผ่านมา ยอมรับว่า เคยมีช้างจากจังหวัดเลย 30-40 ตัวหลุดออกจากป่าอนุรักษ์ ก็ขอวิวอนให้ประชาชนอย่าไปทำร้ายช้าง หากช้างป่ากินหรือทำลายพืชผล ทางภาครัฐก็มีวิธีการเยี่ยวยาโดยร่วมมือกับเอกชนหรือโรงน้ำตาลเพื่อชดเชยตามความเหมาะสม ฉะนั้นจึงไม่ควรไปทำร้ายช้าง