รมว.พม.เดินหน้าสร้างวิศวกรสังคมเป็นจิตอาสาเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม

168

รมว.พม. ย้ำพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 พร้อมสร้าง “วิศวกรสังคม” ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ภาคเหนือ


เวลา 13.30 น.วันที่ 21 ธันวาคม 62 ที่โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ จังหวัดพิษณุโลก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทย สู่การเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 20 – 23 ธันวาคม 2562 โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยแกนนำสภาเด็กและ เยาวชน เครือข่ายเด็กและเยาวชน ผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กและเยาวชนในภาคเหนือ ผู้สังเกตการณ์ วิทยากร และเจ้าหน้าที่ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) จำนวนทั้งสิ้น 230 คน เข้าร่วมประชุม


นายจุติ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยใน การขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกมิติ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ รวมทั้งการสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย เพื่อพัฒนาให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพที่พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะและความสามารถของเด็กและเยาวชนให้สอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21
นายจุติ กล่าวอีกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2560 มาตรา 36 กำหนดให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของ เด็กและเยาวชนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับทั่วประเทศ รวมจำนวน 8,780 แห่ง ซึ่ง ดย. ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 อันมีทักษะที่จำเป็น ประกอบด้วย มีความคิดสร้างสรรค์ ใส่ใจเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรม มีวิจารณญาณก่อนตัดสินใจ สามารถพูดคุยสื่อสารกับบุคคลต่างๆ นำเสนอต่อหน้าสาธารณชนได้ดี มีจิตอาสา เต็มใจให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน ติดตามข่าว ความเคลื่อนไหวอัพเดตทุกข้อมูลข่าวสาร รู้เท่าทันสื่อ รอบรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและรู้จักช่องทางการสื่อสารอย่างถูกวิธีทั้งนี้ กระทรวง พม. โดย ดย. จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยสู่การเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสภาเด็กและเยาวชนเครือข่ายเด็กและเยาวชน ให้มีความพร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และเป็นแกนนำจิตอาสา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในชุมชนและสังคมอย่างเข้มแข็ง


นายจุติ กล่าวต่ออีกว่า การประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การบรรยายให้ความรู้และการฝึกปฏิบัติ พร้อมการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาทักษะทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ 1) Intelligent Quotient (IQ) ฝึกวิเคราะห์ปัญหาสังคมในชุมชน 2) Emotional Quotient (EQ) ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม 3) Creativity Quotient (CQ) ฝึกการคิดสร้างสรรค์หาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาโดยการเทียบเคียงจากประสบการณ์ที่ผ่านมา 4) Moral Quotient (MQ) ฝึกการรับผิดชอบร่วมกัน หากแก้ไขปัญหาไม่ประสบความสำเร็จ 5) Play Quotient (PQ) ฝึกการทำกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน “สังคม ชุมชน เป็นอุปกรณ์การเล่นที่ดีที่สุดสำหรับนักพัฒนา” 6) Adversity Quotient (AQ) ฝึกการแก้ปัญหาร่วมกัน การคิดเชิงบวก การมองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย และ7) Social Quotient (SQ) “วิศวกรสังคม” ลงพื้นที่ทำงานเป็นจิตอาสาเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม


สภาเด็กและเยาวชนทุกระดับจำเป็นต้องมีความเข้มแข็งและเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยสู่การเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 รวมถึงการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถขับเคลื่อนและสร้างกลไกการทำงานร่วมกันภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สำหรับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ที่ส่งผลต่อการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และการดูแล ส่งเสริม และพัฒนาประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ตามแนวคิด “วิศวกรสังคม” ทั้งนี้ กระทรวง พม. มุ่งมั่นช่วยพัฒนาและส่งเสริมแกนนำสภาเด็กและเยาวชน เครือข่ายเด็กและเยาวชน ให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมไทยอย่างเข้มแข็ง
ในอนาคต ปี 2030 จะมีการแข่งขันด้านความเร็ว แข่งขันด้านคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ เก่งแต่ช้าไม่ได้ ต้องเก่งและรวดเร็ว สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ดังนั้น ขอฝากเยาวชนทุกคนต้องกำจัดบุคลิกภาพ “การผลัดวันประกันพรุ่ง”ถ้าไม่กำจัดไม่มีวันสำเร็จได้ ขณะที่จากการสอบถามเด็กเยาวชน ส่วนใหญ่ต้องการมีอาชีพรับราชการ ตำรวจ ทหาร มากกว่าการประกอบอาชีพส่วนตัว